สวัสดีค่ะ วันนี้เข้าไปตามอ่านบล็อคของ ท่านพี่ทั้งหลายมา ทุกคนอยู่ในโทนอารมณ์ลบพอสมควรเลยค่ะ ตัวข้าน้อยตอนนี้ จากศูนย์อยู่ดีๆก็เริ่มที่จะติดลบบ้าง

เมื่อวานนี้ ข้าน้อยได้คุยกับคนใกล้ชิดคนหนึ่ง เธอบ่นให้ข้าน้อยฟังถึงเรื่องที่ว่าเธอไม่อยากเรียนในวิชา ฟุตบอลแล้ว เพราะคนอื่นมีพื้นฐานเเละเล่นเป็นกันหมด ในขณะที่เธอแม้แต่เลี้ยงลูกก็ทำไม่ได้ อาจารย์ยังให้แบ่งกลุ่มทุกครั้งในช่วงท้ายของคาบเรียนอีกต่างหาก เธอได้แต่ยืนบื้อ ทำอะไรไม่ได้เลยอยู่กลางสนาม เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร ไม่อยากเรียนแล้ว

ท่านว่าข้าน้อยจะตอบ 'เธอ' ว่ายังไง ตอนนั้นข้าน้อยก็บอกว่า เล่นไม่เป็นก็หัดเข้าซิ เดี๊ยวก็เป็นเอง ใครเขาเป็นก็ช่างเขาสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย หรืออยากเลิกนักก็ดรอปไปเลย (ปรากฏว่าหมดช่วงดรอปแล้ว) เอาเป็นว่ามีหลายเหตุผลที่เธอไม่สามารถดรอปหรือวิทดรอได้ค่ะ ข้าน้อยเลยบอกว่าให้พยายามเอา

แล้วข้าน้อยก็เล่าเรื่อง ของตัวเองว่า ข้าน้อยไปเรียนในห้องจับกลุ่มสามคน เพื่อนเขาก็คุยกันสองคนออกความเห็นกันสองคน ไม่มองหน้าข้าน้อยด้วย แถมยังใช้ทฤษฏีไฮโซที่ข้าน้อยไม่รู้จักอีกต่างหาก แต่ข้าน้อยก็ยังเรียน

เมื่อสัปดาห์ก่อนข้าน้อย ได้มีโอกาสเล่น ฟริสบี กติกาเหมือนเเชร์บอล แต่มีพลาสติดคล้ายจานให้ขว้างแทน เขาแบ่งทีมกัน เล่นกันในสนามประมาณชั่วโมงกว่า ไม่มีใครส่งมาให้เลย นอกจากเราบังเอิญหยิบได้ตอนมันตก นอกนั้นข้าน้อยก็วิ่ง ในสนามเอา

เธอ ก็เลยถามข้าน้อยว่า มันเหมือนกันมากเลยเนอะ เธอยังต้องไปเล่นอีกหรือเปล่าล่ะ ข้าน้อยก็ว่าเธอไม่ได้ เพราะว่ามีบางสิ่งเหมือนกันที่ข้าน้อยยอมแพ้ไปเพราะว่า 'ไม่ไหวแล้ว' หากฝืนต่อต้องฉุดตัวอื่นลงแน่ๆ แต่มันก็ยังอึดอัดในใจค่ะ

เมื่อเทอมที่แล้ว มีเพื่อนที่เรียนม.นานาชาติด้วยกันบอกว่า เธอดูสิคนนี้เขาน่าอิจฉานะ เรียนเก๊งเก่ง ไม่เหมือนพวกเรา ข้าน้อยเรียนวัดมาตลอดค่ะ จนต้องมาปรับพื้นฐานหนึ่งปีถึงได้เรียนมหาลัย ส่วนเพื่อนข้าน้อยพูดภาษาอังกฤษคล่องพอสมควรค่ะ พอเธอมาพูดให้ฟัง ข้าน้อยก็อดไม่ได้ ที่จะถามว่า ไม่เก่งภาษาอังกฤษแล้วไงล่ะ ไม่ได้เรียนโรงเรียนนานาชาติมาแล้วเป็นยังไง ไม่ได้ไปแลกเปลี่ยนมา หรือเรียนเมืองนอกมา แล้วมันเป็นยังไง

ข้าน้อยไม่ใช่คนขยันค่ะ แต่ การที่เรา มีปมด้อยเรื่องภาษา หรือเรามัวแต่พูดว่า เราไม่เก่งอังกฤษเท่าเขา เขาเตรียมตัวแค่วันเดียวก็ได้เอแล้ว ส่วนเราวันเดียวยังอ่านตำราไม่รู้เรื่องเลย

แล้วยังไง ถ้าเราอ่านตำรารอบเดียวไม่รู้เรื่องก็อ่านสองรอบ ถ้าเขาเก่งอังกฤษกว่าเรา เราก็ต้องพยายามให้ได้มากกกว่าเขาสิ เรามีความรู้ไม่เท่าเขา แล้วยังไง เราพยายามแล้วเหรอ?

การต้องอยู่ห่างครอบครัวครั้งแรก มันก็ไม่ง่ายสำหรับข้าน้อยเหมือนกัน ใครบ้างไม่อยากกลับบ้าน ใครบ้างไม่อยากพูดว่า 'ไม่ไหวแล้ว' แต่ เราก็ยังไหวนี่ ได้เกรดน้อยกว่าคนอื่น แต่เราก็ยังเรียนอยู่ หลายครั้งข้าน้อยอยากร้องไห้ แต่ถ้าทำแบบนั้น เราก็ต้องร้องไห้ต่อไปอีก

ถ้าเรามัวแต่บอกตัวเองว่า 'ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว' แล้วเราจะไหวเหรอ ข้าน้อยไม่ได้หมายความว่า ให้เป็นคนดันทุรังนะคะ หากแต่ว่า ถ้าเราพิจารณา ด้วย เหตุผล มากกว่าอารมณ์ ที่ไม่อยากได้เมื่อไหร่ หรือเเม้แต่ รู้เหตุผลของการที่เราจะเลิก ถ้าเราไม่ชอบ เราก็เลิก แต่ไม่ใช่เลิกเพราะว่าไม่ไหว

แล้วคุณล่ะคะ บ่อยครั้งแค่ไหนกับชีวิต ที่มีคำว่าไม่ไหวผุดขึ้นมาในสมอง บ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณปล่อยมันเป็นเพียงแค่ความคิด และบ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณปล่อยให้มันครอบครองการกระทำ

ปล.ขอโทษนะคะวันนี้ เครียดนิดหน่อยน่ะค่ะ พอได้ยินคนพูดว่าไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว จะเลิก เพราะเราไม่เก่งพอทีไร จะอารมณ์ขึ้นนิดหน่อยน่ะค่ะ

ปล. ถึงคุณหมอ เซน ถ้าเราถามคนภายนอกขณะเรายังหมกมุ่นอยู่ สำหรับตัวข้าน้อยเองมีเปอร์เซนต์ที่จะเชื่อคนที่เราถามนั้นน้อยเต็มทีค่ะ รู้สึกตัวเองใจเเคบนิดๆนะเนี่ย

ปล. ถึงคุณพี่เเอนดี้ ความคิดเรามันซับซ้อนอ่ะค่ะ ยากส์

ปล. ถึงคุณ ultraping ถ้าจุดที่เสียนั้นขยายกลายเป็นเนื้อร้ายซะล่ะคะ

ปล. ถึงคุณpoompuin สงสัยต้องไปหัดนั่งตามมุมห้องซะเเล้ว เผื่อจะได้เห็นหลายๆมุม

ปล. ถึงคุณ snacky ง่ะ ถ้ารายล่ะเอียดเยอะ ปวดหมองแย่เลยเนอะ

ปล. ถึงคุณ ภัทระ วีระ การให้คนอื่นรับฟัง เป็นอะไรที่ทำให้เราสบายใจที่สุด แต่สิ่งที่ยากสำหรับข้าน้อยเองคือ ใครล่ะ ที่เราจะพูดให้ฟัง และบางเรื่องก็ แย่เกินกว่าที่จะพูดออกมา ข้าน้อยหมายถึงภายในจิตใจน่ะค่ะ

ปล. ถึงพี่หงส์ ขอบคุณนะคะ ถึงแม้พี่จะยุ่งๆก็อุตส่าห์เเวะมาเยี่ยม ไม่อยากบอกเลยว่าช่วงนี้ไปติดการ์ตูนซะอย่างนั้น นอนตีสี่กว่า แล้วไปหลับในห้องเรียน ใครก็ได้ช่วยหาไม่เรียวมาเตือนสติหน่อยเถอะค่ะ

ปล. ค่ะ มันจะกลายเป็นประสบการณ์ที่มีค่า เป็นอาจารย์ที่ควรได้รับเกียรติ นะคะ

Comment

Comment:

Tweet

^-^

สวัสดีครับ
ใช้ NOD32 นั้นดีอยู่แล้วครับ ค่อนข้างดีมากด้วย
ส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้กันครับเพราะมันทำงานได้เร็วมาก
แถมอัพบ๊อยบ่อย

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้องหมั่นอัพเดทบ่อยๆนะครับ
NOD32 นั้นปรับให้อัพเดทอัตโนมัติได้อยู่แล้วครับ

แล้วเจอกันใหม่ครับ

#11 By ::poompuien:: on 2007-10-01 12:34

ผมก็เล่นอะไรไม่ค่อยเก่งหรอกนะ
แต่ถ้าเราพยายามเล่นและสนุกกับมันได้ชีวิตจะดีขึ้นเยอะ
การที่จะสนุกกับมันอาจจะไม่ต้องเก่งก็ได้
แค่เข้าไปมีส่วนร่วมกับมันก็พอ คนอื่นวิ่งเราก็วิ่งเป็นต้น
อาจจะไม่ค่อยได้แตะลูก แต่เราก็แสดงให้เห็นว่าเรามีความพยายาม
คนอื่นๆก็อาจจะส่งลูกให้เรามากขึ้นก็ได้นะ

สมัยที่ผมเรียนอยู่เจอบังคับลงรักบี้เพราะวิชาอื่นเต็ม
จากที่ทำอะไรไม่ได้ในตอนแรก แต่เล่นไปเรื่อยๆก็ทำเต้มได้ล่ะนะ -w-

#10 By โด่คุง..lost in space on 2007-09-29 09:25

ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะคะ ^^

#9 By Hongfha on 2007-09-28 23:44

ถ้าเป็นหน้าที่ของเรา
ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่
ไม่ว่าเราจะเก่งหรือไม่
เราก็ต้องทำมันให้ดีที่สุดตามกำลัง
ไม่ต้องสนใจคำพูดของผู้อื่น
ถ้างานนั้นสำเเร็จขึ้นมาคนที่จะภูมิใจที่สุดคือตัวเราเอง(ไม่ใช่คนอื่น)

ปล.ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยตรงนั้นนะ
คือบางเรื่องเราก็อาจจะต้องจะจัดการกับจุดเสียนั้นถ้ามันสำคัญเราก็ต้องแก้ไขครับ
แต่ถ้าไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมก็คงไม่เป็นไร
ไม่มีสิ่งไหนในโลกนี้สมบูรณ์แบบครับ

#8 By ultr@ping on 2007-09-27 17:04

เม้นที่ 7 อีกแร้ว หวยออกงวดนี้แน่ๆเลย โอ๊ะเข้าบ้านไหน 7 17 27 อ่า เทพ
เป็นไงบ้างค่ะ...วันนี้ยิ้มรึยัง เรามายิ้มพร้อมกันไหม คือนี้ สองทุ่มตรง คุณยิ้มน่ะ เดวโอ๊ะก็จะยิ้ม 5555+

#7 By on 2007-09-27 12:57



มีบ่อยครั้งเลยล่ะค่ะที่รู้สึกว่าท้อจัง
และก็เหนื่อยมากๆ และบางครั้งก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องทนด้วยนะ...

แต่พอมองดูรอบๆตัวแล้วก็พบว่า คนอื่นๆ ที่เค้าต้องมีปัญหาและเหนื่อยมากกว่าเรายังมี เพราะทุกๆ คนย่อมต่างที่จะมีปัญหาเป็นของตัวเอง

แค่พยายามทำสิ่งที่ต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ก็คงพอนะคะ

อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่หงส์ต้องไปทำงานแล้วค่ะ

#6 By Hongfha on 2007-09-26 07:14

เอ้ ... จะว่ายังไงดีน้อ
ผมค่อนข้างละอายที่จะพูดเรื่องนี้

เพราะโดยวิสัยแล้ว ผมจะไม่เคยบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว"

อย่างน้อยการทำอย่างนั้นยังบอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว คิดทบทวน

แต่ผมไม่บอก
ผมไม่ทำ
ผมไม่แคร์
เดินออกมาเฉยๆอย่างนั้น ปล่อยมันไว้ตรงนั้น ไม่แตะมันอีก

อะไรกันนะที่มันหนักหนาสาหัสขนาดนั้น
เคยมีครับ แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว

น่าอับอายจริงๆครับ

#5 By ภัทร วีระ on 2007-09-25 02:05

ในที่สุด . . ก็ได้กลับมาแวะเวียนอยู่รอบๆคุณไม้เหมือนเดิม . .

ไอ้อารมณ์ที่ "ไม่ไหวแล้ว" น่ะ เราก็เป็น โดยช่วงนี้เป็นมากซะด้วย . .

แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ไหวแล้วจะเลิก . .แต่เรา กำลัง "ไม่ไหวแล้ว" กับสิ่งที่เป็นอยู่ เราต้องทำให้ดีกว่านี้

คุณไม้บอกว่าไม่พอใจกับ "ไม่ไหวแล้ว"

แต่เรา . . กลับชอบ "ไม่ไหวแล้ว" เพราะมันทำให้เรารู้ตัวว่าควรจะพยายามได้แล้ว ควรจะไปข้างหน้ามากว่านี้ได้แล้ว . . มันจะมาเมื่อเรารู้ตัวว่าเรากำลังแย่ . .

ไม่รู้ว่ามุมมองกับ "ไม่ไหวแล้ว" ของเราจะเหมือนคนอื่นหรือเปล่า . .แต่เราว่าบางที คนก็เราก็ต้องมีจุดที่เกินจะทนแล้วเหมือนกัน . . แต่เมื่อมีคนมาคุยหรือมาปรึกษาเรา . . เราก็มักจะบอกให้เค้าพยายามต่อไปให้ถึงที่สุด . .

ps. หายไปซะนานแต่ก็กลับมาแล้วนะคะ

#4 By chryso on 2007-09-24 22:25

กลับมาอ่านต่อให้จบค่ะ
เรียกว่าร่วมด้วยช่วยกันนอยส์
เรียกว่าโอ๊ะน่ะค่ะ snacky แงๆๆเจ็บจัง

ไม่เก่งแถ้พยามยามนี่สู้ไหวค่ะ...เอาใจช่วยน่ะ

#3 By on 2007-09-24 21:22


สวัสดีครับ ^-^
หากเราเลือกได้ เราคงไม่เลือกในสิ่งที่เราไม่ชอบใช่ไหมครับ

หากเราทำในสิ่งที่รักแล้ว แม้ว่าสิ่งนั้นเราจะไม่เคยฝึกไม่เคยหัดมาก่อน เราก็ทำด้วยพลังอันเปี่ยมล้น ไม่มีเหน็ดเหนื่อย มีแต่ความเพลิดเพลิน เคยทำสิ่งเหล่านี้หรือเปล่าครับ... มันคล้ายกันครับ คล้ายกับที่คุณอ่านหนังสือการ์ตูนได้ถึงตี 4 ยังไงล่ะ

แต่ผมบอกว่าแค่คล้ายนะครับ เราต้องแยกให้ออกครับว่ามันเป็นสิ่งที่รัก หรือเป็นสิ่งที่ชอบ

สิ่งที่รักหากทำแล้วจะยั่งยืน ยิ่งทำยิ่งมีความสุข มันอาจไม่สุขมากในตอนแรกอาจทุกข์ด้วยซ้ำไป แต่หัวใจไม่ได้เหนื่อยล้า เมื่อทำต่อไปมันก็ป้อนความสุขอย่างต่อเนื่องทีละนิดๆไม่รีบไม่ร้อน แล้วเมื่อถึงในระดับหนึ่งมันจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของเราครับ

สิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่อยากนั้นหากทำแล้วมันจะไม่ยั่งยืน มันอาจสุขมากๆในตอนแรก แต่มันจะค่อยๆจางหายไป หลังจากที่ทำมันมาได้สักระยะหนึ่ง หรือเกิดการอิ่มตัวนั่นเอง จะเกิดความเบื่อหน่าย และเหน็ดเหนื่อยเนื่องจากทำด้วยแรงอยาก ต้องการด้วยปริมาณมาก โดยไม่สนใจถึงร่างกายที่ต้องฝืนแบกรับไว้

หากเราใช้ความรัก และ ความชอบได้อย่างถูกต้องถูกจังหวะ มันก็เป็นสีสันของชีวิตที่เรากำหนดได้ครับ

#2 By ::poompuien:: on 2007-09-24 15:35

เขากลับเข้าบ้านเอกทีนอะคาเดโม่แระ อ่านคร่าวๆ จริงเนอะช่วงนี้มีแต่คนเปนลบ
เดวทำงานแล้วกลับมาอ่านต่อน่ะ

#1 By on 2007-09-24 09:56