หลากหลายอารมณ์

posted on 09 Oct 2007 01:37 by deepindark

วันนี้เราลองมาทบทวนกันถึงเรื่อง'อารมณ์' ดีกว่านะคะ ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆพบกับอารมณ์แบบใดกันมาบ้าง

เมื่อวันศุกร์ ข้าน้อยนัดเจอกับเพื่อนชาวแคนนาดา คนหนึ่ง เธอไปแลกเปลี่ยนที่เมืองไทยเมื่อปีที่แล้วค่ะ เธออยากเจอคนที่มาจากมหาลัยที่เธอไปเรียน ข้าน้อยก็เลยนัดว่าจะไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารไทยด้วยกันค่ะ

ความรู้สึกในช่วงนั้นก็คือ

ตื่นเต้น; เธอจะเข้ากับเราได้ไหม, เธอเป็นคนยังไง

ตื่นกลัว, เราต้องเข้ากับเธอไม่ได้แน่ๆ เราพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งพอ เราไม่ใช่คนชอบเข้าสังคม เรามัยเชย...

แล้วเวลานัดก็มาถึง เธอเป็นคนคุยเก่งเละนิสัยดีค่ะ หากแต่เธอก็มากับข่าวที่ว่า มีนักเรียนแลกเปลี่ยนอีกสี่คนที่เธอนัดมาด้วยกัน จะได้คุยกันเรื่องเมืองไทย

กลัวหนักเข้าไปอีก; เราต้องไปทำให้เขางานกร่อยแน่เลย หน้าตูมันเห่ย เขาจะผิดหวังกันหรือเปล่าเนี่ย เฮ้อ!

พอไปถึงก็เจอผู้ชายสามคน กับผู้หญิงหนึ่งคน เขาก็พูดกันเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว และถามว่าเรากินเบียร์ไหม

ภูมิใจ; เราไม่เหมือนคนอื่น

แปลกแยก; หรือเราควรจะดื่มไปกับเขาดีเนี่ย แต่ก็ไม่ได้ดื่ม, เขาคุยกันเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว พัฒนพงษ์ (ไม่เคยไปง่ะ), สยาม (เคยไปซื้อผ้ากับแม่ครั้งหนึ่งถ้าไม่นับรวมที่พระพรหม), ข้าวสาร (นี่ยิ่งไม่กล้าไป), อาร์ซีเอ (ล้อเล่นอ๊ะเปล่านี่ ใครเขาจะไป) ก็ปรากฏว่า พวกเขารู้จักกรุงเทพมากกว่าข้าน้อยอีก ข้าน้อยเลยบอกไปตามตรงว่า ไม่ชอบคนเยอะๆ แต่ก็มานั่งคิดว่า พวกเขาคาดหวังให้ข้าน้อย เข้าสังคมให้ได้มากกว่านี้หรือเปล่า หรือข้าน้อย ควรจะไป? ที่นี่เขาชวนไปผับกันบ่อยค่ะ ข้าน้อยก็ไม่ได้ไปอีก

หนึ่งคือเราไม่ดื่ม สองคือเราไม่รู้ว่าจะไปแล้วทำอะไร

อาบอกว่า "ก็ไปศึกษาไง ไปดูให้รู้ ไม่เคยไปก็ไปซะ ดูว่ามันเป็นยังไง"

แม่บอกว่า "จะไปศึกษาทำไม เอาไปทำอะไรได้บ้าง เราจะอยู่ในสังคมอย่างนั้นหรือไง"

ข้าน้อยบอกว่า "หนูก็ไม่ได้คิดจะไป(จริงๆก็มีคิดบ้างล่ะ) แต่ถ้าหนูไม่ไปจะมีเพื่อนไหมเนี่ย" เเต่เพื่อนที่เห็นเขาสนิทกันได้ก็เพราะเขาไปเที่ยวตอนกลางคืนด้วยกันน่ะค่ะ

แล้วคุณล่ะคะ ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง

ดีใจ; มากินร้านอาหารไทยก็เจอแม่ครัวคนไทยสิคะ

เสียใจ; เจอน้องที่เป็นลูกสาวเจ้าของร้าน หน้าน้องเขาไทยง่ะ ก็เลยถามว่า น้องเป็นคนไทยหรือเปล่า เขาตอบว่า เปล่า แต่เเม่หนูเป็น

วันต่อมาเกิดอาการ ซึม เพราะว่า ไปเอารูปถ่ายของครอบครัวที่หยิบติดมาด้วยมาดู

นั่งอยู่เฉยๆก็จะนึกว่า ไม่กี่เดือนก็ได้กลับเเล้ว อ้าวแล้วถ้าเราตายที่นี่ล่ะ ถ้าเราตายที่นี่แบบไม่ได้เห็นหน้าแม่อีกจะทำยังไง แล้วถ้าแม่ป่วยล่ะ ถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว เเล้วเรายังอยู่ที่นี่ จะทำยังไง

เมื่อวานเป็นวันเสาร์ที่บ้านทำอาหารเลี้ยงเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าค่ะ มีครอบครัวของพี่น้องมาด้วย

โกรธ; ข้าน้อยเคยบอกโฮสไว้ค่ะว่า บางวันข้าน้อยก็จะทานมังสวิรัติบ้าง (อยากเลิกเนื้อสัตว์ไปเลยหรอกนะ แต่มันทำไม่ได้) ข้าน้อยไม่ทานหมูกับวัวน่ะค่ะ

วันนี้ น้องชายกับน้องสะใภ้เขามา โฮสคนแม่ก็ถามข้าน้อยว่าจะเอาไก่งวงไหม เขาจะตักให้น่ะค่ะ คุณน้องชายกํบน้องสะใภ้เขาก็เลยบอกว่า ไหนบอกว่า ทานมังสวิรัติไง เพิ่งรู้ว่า ไก่งวงก็เป็นมังสวิรัติ แล้วก็หัวเราะ (ด้วยอคติในใจ ข้าน้อยเลยคิดว่า หัวเราะไงวะตาไม่ยิ้มเลย)

ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเลยค่ะ แล้วก็คิดในใจว่า เขาแค่พูดเล่นกันเอง เขาไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ทำไมแกคิดมากอย่างนี้ว้า แต่ผลปรากฏก็คือมื้อนั้น ไม่กล้าแตะ 'ไก่งวง'

เมื่อวานได้มีโอกาสไปทำงานอาสาสมัครที่บ้านพักคนชราค่ะ ข้าน้อยกับคุณน้าที่เขาทำมาก่อน เขาพาให้ไปช่วยเข็น คุณยาย คุณตาลงมาที่จัดเป็นพิธีโบสถ์ข้างล่างน่ะค่ะ

เศร้า; ตอนขากลับ ข้าน้อยรับผิดชอยคุณยายคนนึง ข้าน้อยต้องพาท่านขึ้นลิฟท์(โดยแกติต้องถอยหลังขึ้นน่ะค่ะ) ท่านก็พยายามใช้เท้าของท่านฝืนแรงรถแล้วเดินไปข้างหน้า ข้าน้อยเลยถามท่านว่าอยากไปที่ไหน ท่านเลยตอบว่า ที่ไหนก็ได้ที่คุณจะไป ในตึกนี้ท่านเคยไปมาหมดแล้ว หากแต่พอข้าน้อยจะพาท่านไป คุณพยาบาลบอกว่า ให้ไปไม่ได้ค่ะ ข้าน้อยเลยต้องฝืนท่านพาขึ้นไปข้างบน พาไปนั่งอยู่หน้าจอทีวี ซึ่งมีผู้อาวุโสหลายคนนั่งอยู่ พร้อมกับกดล็อคเบรกไว้ท่านจะได้ เลื่อนรถเข็นไปไหนไม่ได้ ทางเข้าที่อยู่ส่วนนี้ต้องมีรหัสในการกดออกค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันผู้สูงอายุออกจากบริเวณ....

ข้าน้อยถามว่า ทำไมถึงให้ท่านออกไปไม่ได้ ผู้ดูแลเลยบอกว่า อากาศช่วงนี้ไม่เหมือนช่วงอื่น อีกอย่างคือ ท่านเหล่านั้นแก่มากแล้ว มักจะจำไม่ได้ว่า ออกไปทำไม อยู่ที่ไหน กลับอย่างไร บางท่านก็หลง หรือแข็งตายน่ะค่ะ.....

สบายใจ; พอกลับมาบ้านเลยโทรหาแม่ค่ะ เล่าให้แม่ฟังทั้งเรื่องงานวันขอบคุณพระเจ้า และ งานที่บ้านพักคนชรา

แม่เลยบอกว่า; 'ตัวตนเรามันสูงไง เราดีเลิศเลอขนาดไหนเขาถึงว่าเราไม่ได้ แล้วถึงเขาว่าเราในเรื่องที่เราไม่เคยคิด เราจะโกรธทำไมในเมื่อเขาก็ไม่รู้ในจิตใจเราจริงๆสักหน่อย'

'โดนเขาว่าหน่อยเดียวเลยโง่เลยเหรอ คิดให้เป็นซิ'

'อย่าไปเศร้าเลย เราช่วยอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว อย่าทำให้ใจเราต้องไปเศร้าหรือไปยึดติดเเบบนั้น สร้างกรรมกันเปล่าๆ'

พอแม่ด่าจบก็เลยสบายใจค่ะ เหมือนกับที่เกิดมา ที่โกรธ ที่เศร้า(แม้จะยังมีอยู่) มันเหมือนโดนช่วยยกออกไปบ้างน่ะค่ะ

คุณล่ะคะ สัปดาห์นี้คุณเจออะไรมาบ้าง คุณมีอารมณ์แบบไหนบ้าง เขียนมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ คุณมีวิธีการจัดการกับอารมณ์ยังไง

ปล. วันนี้ยาวหน่อยนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ

ปล. ปล.นี้ขอเเนะนำตัวเองหน่อยนะคะ ข้าน้อยชื่อจูนค่ะ เรียนอยู่ปีสาม ม.มหิดล ตอนนี้มาแลกเปลี่ยนค่ะ ความจริง บล็อคนี้จะเป็นของข้าน้อยกับน้องฝาแฝดน่ะค่ะ เลยไม่ได้เขียนอะไรไว้ในประวัติ แต่เนื่องจาก คุณน้องสาวที่รักเขาลืมไปแล้วว่ามีบล็อคนี้อยู่ด้วย เขาเลยไม่เข้ามาเขียนอะไรเลย ตอนนี้เลยมีข้าน้อยครอบครองอยู่คนเดียวค่ะ

ปล.ถึงคุณชีวิตสำมะหาอันใด - นั่นก็เป็นความสุขของข้าน้อยอีกอย่างนึงค่ะ หากแต่กว่าจะทำได้ก็ต้องรอแบบว่าปิดเทอมไปเลย(ถึงแม้ตอนนี้จะนั่งหานิยายในเนตอ่านจนตีหนึ่งตีสองทุกวันแล้วก็เถอะ)

ปล. ถึงพี่เเอนดี้ ดูเป็นชีวิตที่มีความสุขมากๆเลยค่ะ เรียบง่ายแต่สบายใจ

ปล. ถึงคุณเซน ความสุขของคุณสมกับคนเป็นหมอจริงๆเลยค่ะ การได้ยิ้มให้กับคนอื่นไม่เพียงแค่เราแต่เขาก็สบายใจด้วย อานุภาพของรอยยิ้ม

ปล. ถึงคุณโอเอซิส หนูพอมีเพื่อนที่คล้ายกับหนูค่ะเเต่ตอนนี้อยู่ไกลกัน จะหาใหม่ก็ลำบากเพราะด้วยนิสัยของเราเองด้วย แต่ก็พอจะมีบ้างที่คุยกันได้ค่ะ

ปล. ถึงคุณ ultraping ถ้าทำได้ก็จะเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ แต่ข้าน้อยเป็นคนขี้อิจฉา(เกลียดตัวเองจริงๆ) ถ้าเรียนอยู่ห้องเดียวกัน เขาได้เกรดดีกว่าเราโดยที่เราพยายามแทบตาย ก็จะกลายเป็นว่า ทำไมตูได้น้อยยังซี้ ซะงั้น แต่ตอนนี้กำลังพยายามฝึกตรงนี้อยู่ด้วยค่ะ ไม่ให้จิตใจเราไปอยู่ด้านมืดๆ มากไปกว่านี้...

ปล. ถึงคุณ ภัทระ วีระ ข้าน้อยว่า อย่างข้าน้อยไม่น่าจะเรียกว่าแบ่งปัน น่าจะเรียกระบาย มากกว่าง่ะ ToT

ปล. ถึงน้องร่า ลืมความสุขไปอีกอย่างค่ะ ลืมความสุขจากการกินไป แล้วก็ขอส่งยิ้มให้ด้วยอีกคนนะคะ

ปล. ถึงคุณโอ๊ะ เรียกว่า จูนนี่ล่ะค่า ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบ่อยๆพร้อมรอยยิ้มนะคะ

ปล. ถึงคุณ poompuien ขอให้คุณสุขภาพแข็งเเรงด้วยเหมือนกันนะคะ เข้าไปบล็อคคุณบ่อยๆ เผื่อข้าน้อยจะกระเตื้องความรู้ทางเทคโนโลยีกับเขาบ้าง ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ

ปล. ถึงคุณ คริโซ่ อ่านความสุขของคุณ แล้วก็รู้สึกสนุกไปด้วยเลยค่ะ อ่านไปยิ้มไป ช่วงนี้ยังมีแอบหวานอีกแน่ะ

ปล. ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและให้ความเห็นนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีครับคุณ ปล
การมีปลเยอะ แสดงถึงการใส่ใจคนอื่น
แต่อีกมุม เราก็อยู่คนเดียวมากเกินไป

โลกมันสวยนะครับ ออกไปลองมันบ้าง
การได้เกิดมาก็ถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว ไม่ไมมีอะไรเสียหรอกครับ พริ้วไปครับ big smile

#25 By LovE**--Sea_heart'''''' on 2007-10-28 09:05

เหอะๆๆๆ กว่าจะมาตอบเล่นเอาหลุดไปจากสารระบบเลย

จะว่าถึงอารมณ์ในช่วงนี้ . . ช่วงสอบคร่า อารมณ์ "อู้แบบกู่ไม่กลับ" มันทะลุขีดเลยค่ะ วันนี้ขอไม่ร่ายยาวล่ะนะคะ . . เพราะ . .ไม่ไหวแล้ววว อีก 6 ชั่วโมงจาสอบบบ พร่งนี้จามาเม้นให้ใหม่น้าค้า

#24 By chryso on 2007-10-17 02:03

(>'''''<)
( ' ; ' ) Stay Cute!!
(@)(@)

<)"""""(>
( ' @ ' ) Sleep More!!!
(("),,,,("))

@""@
( ='.'= ) Be GOoD!!
o~(__)_)

(>'''''<)
( ' ; ' ) Be HaPPY!!!
(@)(@)

<)"""""(>
( ' @ ' ) Be Cool!!!
(("),,,,("))

@""@
( ='.'= ) Be Loved!!!
o~(__)_)

(>'''''<)
( ' ; ' ) Be Smart!!!
(@)(@)

<)"""""(>
( ' @ ' ) Be Strong!!!
(("),,,,("))

@""@
( ='.'= ) Be Fun!!!
o~(__)_)

(>'''''<)
( ' ; ' ) G00D Luck!!!
(@)(@)

<)"""""(>
( ' @ ' ) TaKe CaRe!!!!
(("),,,,("))

#23 By sananda on 2007-10-15 19:22

^-^
สวัสดีครับคุณจูน
แวะมาทักทายครับ
สบายดีนะ อย่าอ้วนเกินไปนะครับ (รู้ได้ไง)
confused smile

#22 By ::poompuien:: on 2007-10-15 15:40

ข้าน้อยแวะมาอ่าน

พรใดประเสริฐ พรนั้นจงมีแด่ท่าน
สวัสดี

#21 By เมตตา on 2007-10-15 14:56

สวัสดีค่ะ น้องจูน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

คุณแม่สอนลูกได้ดีจริงๆ ชอบที่เห็นวัยรุ่นสมัยนี้ไม่หลงไหลกับอบายมุขต่างๆ ตั้งใจเรียนนะคะ มีคนรอภูมิใจอีกหลายคนค่ะ big smile

#20 By ~ N ~ on 2007-10-15 14:08

จูน เจ๊ง่วงอ่า sad smile
เป็นไงบ้างช่วงนี้ยุ่งมั้ย double wink

#19 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-15 12:34

^
^
ง่ะ...แล้วน้องสาวพี่หงส์คนนี้เข้ามายิ้มๆ อะไรคะ อิอิ
งั้นขอพี่หงส์เรียกว่าน้องจูนด้วยอีกคนนะคะ confused smile

ต้องขอโทษด้วยที่เข้ามาช้าค่ะ (อีกแล้ว) แหะๆ sad smile พอดีช่วงที่ผ่านมามันวุ่นๆ เกินไปหน่อยค่ะ ก็เลยทำให้มีเวลาเข้ามาที่นี่น้อยลง แต่คิดว่าต่อไปงานคงจะซาๆ ลงbig smile

เรื่องของอารมณ์เหรอคะ ฮืมมมม...
ช่วงที่ผ่านมามีแค่อารมณ์เดียวเลยค่ะ...คือเครียด

แหะๆ....แต่ตอนนี้หายแล้วนะคะ big smile

#18 By Hongfha on 2007-10-14 22:36

^
^
^ พิมผิดๆๆๆ เม้น #4 ค่ะ เด๋วผิดคน อิอิsad smile

#17 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-14 19:58

พี่ไม่ได้มาอ่านที่จูนเขียน sad smile
แต่พี่มาอ่านเม้น #3 อิอิอิอิอิ

#16 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-14 19:57

หวัดดีค่ะจูน พี่พายนะคะ
อบายมุขไม่ดีค่ะ ดีแล้วอย่าไปยุ่ง อิอิ
ส่วนเรื่องเราแปลกแยก แตกต่างจากเค้า ก็ไม่ได้หมายความว่าเราผิดหรือเราไม่ดีนี่เน๊อะ สู้ๆ

อารมณ์ที่พี่พายมีตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ เหงา ค่ะ
แต่แก้ด้วยด้วยการอ่านบล็อกเพื่อนๆ ที่ exteen นี่ล่ะค๊าdouble wink

#15 By p-i-e on 2007-10-14 17:25

เข้ามาทักทายค่ะ
ความสุขอยู่ที่ใจของเรา..สิ่งที่ทำก็มาจากตัวเรา
ยินดีค่ะกับความสุขที่เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่ที่ว่าจะแทรกซึมอยู่ในความทุกข์ที่มาพร้อมกันมากน้อยแค่ไหน
big smile big smile big smile

#14 By kulpicha on 2007-10-13 16:45

สวัสดีค่ะน้องจูน
พี่เข้ามาบอกอีกครั้งว่าได้รับ อีเมลล์แล้วนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
แล้วพี่จะเมลล์ไปหาในเร็ววันนี้นะค่ะ อตนนี้ยังรับปากไม่ได้แน่นอนคะ
เพราะมีเรื่องค้างคาหลายเรื่องรอให้พี่จัดการอยู่น่ะนะค่ะ

แอบอ่านคอมเม้นท์ เจอพี่ มาด แอบกันเราด้วย ..
พี่คนนี้นี่นะ ต้องเอาหนังสือธรรมะ 3 คันรถไปถมหน้าบ้าน
ชอบกัดน้องกัดนุ่งจริงๆ เชียว..

surprised smile surprised smile surprised smile

#13 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-13 14:26

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ ตัวเราเองก็เคยศึกษาอยู่ เป็น Concept หลักของภาพวาดสีน้ำมันที่ผ่านมา
เป็นเรื่องที่ซับซ้อนแล้วก็ละเอียดอ่อนมากๆเลย

ปัญหาที่ว่านั่นเราก็เป็นนะคะ
อย่างน้อยแค่ก้าวต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

เราก็ต้องพยายามต่อไปค่ะ
อย่างน้อยความกลัวก็ทำให้เราไม่ประมาทกับสิ่งไหน

#12 By ☆ Mynt on 2007-10-13 13:36

พึ่งได้เข้ามาอ่านครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ สิ่งที่คุณจูนคิดและทำนั่นคือไทยแท้แล้วล่ะครับ

#11 By นายฉิม on 2007-10-13 13:11

อ่านแล้ว...ชอบมากเลยอ่ะ ตรงบอกอารมณ์ว่าเป็นไง ดูออกแนวจิตวิทยาดี...555+

ปล. บลอกพี่ ปล.เยอะจัง
เอาใจช่วยครับ

#9 By brawatcher on 2007-10-13 01:01

เขาว่าจะอยู่อารมณ์ไหนก็แล้วแต่ รู้ตัวตน รู้อารมณ์ในขณะนั้นของตนเองเป็นดีที่สุดครับ big smile

#8 By HyPeR MonKeY on 2007-10-13 00:09

ยินดีได้รู้จักครับน้อง อารมณ์ที่เพี่เป็นบ่อยๆนี่คือ ขี้เกียจนะครับ ไม่รู้ขี้เกียจนี่เป็นอารมณ์หรือเปล่านะ

ปล. ปล.เยอะเจงๆ
ปล. ยายพลอยจ๋านี่เจอทุกที่เลยนะbig smile

#7 By MinimarT on 2007-10-12 14:31

แวะมาเยี่ยมครับ เพิ่งได้เข้ามาทักทายเป็นเรื่องราวก็คราวนี้ และขอบคุณสำหรับการเข้าไปอ่าน และ Comment ด้วยข้อความที่น่าสนใจทีเดียว แสดงว่าวิธีการคิด และการมองโลกขอบคุณจูนไม่ธรรมดานะครับ big smile

#6 By HyPeR MonKeY on 2007-10-12 02:09

จูนเรียนปี 3 เค้าก็เป็นพี่อ่ะสิ sad smile
งอน ไม่มาหาแล้ว
อิอิ ล้อเล่น เปนไงบ้าง พี่เพิ่งหายไข้อ่ะ เลยเพิ่งมาเยี่ยม confused smile

#5 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-10 15:15

^-^

สวัสดีครับคุณจูน ตอนแรกไม่กล้าถามชื่อครับ กลัวจะละลาบละล้วงเกินไป ต้องขออภัยด้วยนะครับ ^^''

ขอบคุณคุณจูนที่เข้ามาเยี่ยม blog ของผมอย่างสม่ำเสมอนะครับ รู้สึุกดีใจที่หลายคนสนใจในเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ครับ

สำหรับวันนี้ผมอ่านที่คุณจูนเขียนมา ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณจูนด้วยครับที่ได้มีโอกาสไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน ดีจังเลยครับได้ทั้งประสบการณ์แปลกใหม่และได้ภาษา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆในสังคมปัจจุบันนี้ ผมเองก็อยากไปเหมือนกันครับคุณจูน

ผมก็เคยเป็นเหมือนคุณจูนครับเรื่องกลัวคน กลัวไปซะหมด ไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้ใครมาเจอะเราในเวลาที่เราไม่อยากเจอะใคร บางครั้งผมบังเอิญไปเห็นคนรู้จัก แต่เค้าไม่ทันสังเกตุว่าผมเห็นก่อน ผมก็จะหลบลี้หนีไปซะอย่างนั้น คล้ายกับว่าผมจะหนีปัญหาอะไรบางอย่างที่ตอบไม่ได้ครับ และดูเหมือนกับว่าไม่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดครับ ผมคิดไปเอง กลัวไปเอง สร้างภาพ สร้างความรู้สึกอันหวาดหวั่น สร้างเหตุการณ์ที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นมาเอง มันยังไม่เกิดก็ดันคิดไปยาวครับ สุดท้ายจึงกลายเป็นการครอบงำตัวเอง ครอบงำความคิด ไม่กล้าที่จะออกไปเผชิญกับความจริง ซึ่งความจริงส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่เราหลอนตัวเองเลย

กว่าจะรู้ตัวผมก็ขาดสอบ Final ไปเสียแล้วครับ นั่นยิ่งทำให้ผมจมดิ่งไปกับความมืดมิดมากยิ่งขึ้น ในตอนสุดท้ายผมเกือบไปแล้วครับ เกือบไปแล้วจริงๆคุณจูน หากไม่มีพ่อกับแม่มาช่วยผม ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นเช่นไรครับ

นี่จึงเป็นจุดพลิกผันชีวิตของผม ที่ได้กลับตัว ล้างความคิดใหม่หมด และเริ่มค้นหาตัวตน สำหรับหลายคนแล้วเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจจะธรรมดามาก และคงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่สำหรับผมแล้วมันต่างกันครับ เนื่องจากคนเรามีทัศนะ ความคิด ที่มา และครอบครัวไม่เหมือนกัน

ทุกวันนี้ผมดำเนินชีวิตตามความฝันและเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดครับ ผมทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่านี่คือสิ่งที่ผมรัก สิ่งไหนที่ผมไม่ชอบผมไม่กระทำกับผู้อื่น สิ่งไหนที่ผมพอใจผมชอบก็จะกระทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น ใจเราเป็นสุขได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่จากปากของผู้อื่น ตัวของเราจะเป็นตัวเราได้อยู่ที่หัวใจเรา ไม่ใช่หัวใจของผู้อื่น...

ขอโทษคุณจูนด้วยที่ผมเขียนมายาวเช่นนี้ ปัญหาของคุณจูนคงไม่ได้เลวร้ายเหมือนกับเคสของผมนะครับ เพียงแต่อยากบอกว่าอย่างน้อยมีผมเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เคยจมดิ่งสู่ห้วงเหวอันหนาวเหน็บและลึกสุดพรรณา...

โชคดีครับคุณจูน

big smile

#4 By ::poompuien:: on 2007-10-09 14:53

ก่อนอื่นต้องขอชมคุณแม่ของน้องจูนที่สอนลูกได้อย่างถึงใจ และ ก็ขอชมน้องจูนที่ไม่หลงในอบายมุข เช่นการดื่มน้ำเมา

พี่ว่าการกินมังสวิรัติก็ดี แต่ เราต้องรู้จุดมุ่งหมายของการไม่ทานเนื้อสัตว์ จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อลด ละ เลิก การเบียดเบียนชีวิตสัตว์ บางคนไม่ทานเนื้อสัตว์แต่ยังตบยุง ยังบี้มด ก็แสดงว่ายังเข้าไม่ถึงหลัก บางคนที่ยังทานเนื้อสัตว์ แต่ไม่เคยแม้แต่จะตบยุง หรือบี้มดอันนี้ส่วนตัวคิดว่าเข้าถึงหลักการไม่เบียดเบียนชีวิตคนอื่นมากกว่า

ส่วนอารมณ์ต่างๆตัวพี่ก็ยังมีเต็มร้อย เนื่องจากยังไม่ได้บรรลุมรรคผลใดๆsad smile แต่ก็พยายามตามรู้ จะได้ไม่หลงไปกับอารมณ์ต่างๆครับ
big smile big smile big smile

#3 By Nirvana on 2007-10-09 14:00

โอะ ลืมฟามสุขจากการกินไป "ลืมเขียนมากก่า" ฮ่าๆๆๆ

มีความสุขมากๆนะค่ะ

TAke Care ^_^
Ganbatte kudasai!

N'Sora

#2 By lllllll77lllllll on 2007-10-09 03:03

สวัสดีค่ะน้องจูน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
เพื่อนสนิทพี่พลอยเรียน ป. โท และ ป. เอก อยู่ที่มหิดล 3 คนค่ะ

ดึกแล้วยังไม่นอนเหรอค่ะ
เรื่องโรคกลัวคนของน้องนั้น กับการรักษาด้วยการทำสมาธิ รักษาได้ค่ะ
ทิ้งเมลลืไว้ให้พี่นะค่ะ
แล้วพี่จะส่งเมลลืไปแนะนำเป็นการส่วนตัวเพราะพี่เองก็เคยเป็นเหมือนกัน
555 เชื่อไหมค่ะ

#1 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-09 02:51