หมาท่อ...เด็กห้อง...

posted on 22 Oct 2007 10:08 by deepindark

ทำไมถึง หมาท่อ... หมาท่อเป็นสมญานามของหมาตัวหนึ่งที่บ้านข้าน้อย นามจริงของเขาคือสำลี ซึ่งได้มาจากสีขนของเขาที่ดำสนิท เห็นเพียงตาขาวที่ลอยโดดเด่นเท่านั้น

สำลี ได้สมญานามว่า หมาท่อ เพราะเขาเป็นหมาที่รักท่อน้ำมากเป็นพิเศษ เขาเป็นหมาที่กลัวคนแปลกหน้า และขี้ขลาดมากๆค่ะ 

ถ้าเขาได้ยินเสียง ดังเอะอะ จากประทัด  เขาจะวิ่งไปหลบในท่อ...

ถ้าเขาเจอ คนแปลกหน้า อย่างเพื่อนของข้าน้อยเข้ามาในบ้าน พอข้าน้อยเรียกเขาเข้ามาหา เขาจะวิ่งหนี เพื่อไปหลบในท่อ...

ถ้าเขาได้ยิน หรือ เห็น หมาตัวอื่นกัดกัน เขาก็จะวิ่งไปหลบในท่อ...

พอเขากินอิ่ม อยากนอนกลางวัน เขาก็จะเข้าไปนอนในท่อค่ะ...

ป้าที่บ้านเลยตั้งชื่อให้คุณสำลีว่า "หมาท่อ" ด้วยประการฉะนี้

ส่วนเด็กห้องมาจากไหน....

อย่างที่ท่านพี่ทั้งหลายทราบดีว่า ข้าน้อยกลัวมนุษย์ และเป็นคนปรับตัวยากมากค่ะ

ตั้งแต่มาอยู่ที่แคนนาดา ห้องนอนตัวเองเป็นห้องที่ใช้งานเกือบทั้งวันทั้งคืน

ตอนเช้าตื่นขึ้นมา (สายกว่าชาวบ้านเขาหน่อย) ก็จะได้ยินเสียงวุ่นวายบนบ้าน เพราะลูกๆของ โฮสจะไปโรงเรียนค่ะ ข้าน้อยก็จะรอจนกว่าเขาจะออกจากบ้านกันก่อน และไปหาอะไรทานอย่างลวกๆ (เพราะต้องทำเองและกลัวว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาก่อน และรู้ว่าเรากินเยอะ...) พอทำเสร็จ ก็วิ่งกลับลงมากินในห้อง....

มื้อกลางวันก็เหมือนเดิมค่ะ

พอกลับมาจากมหาลัยตอนเย็นก็จะลงมาที่ห้องเลย ไม่ได้คุยกับโฮส รอจนเขาเรียกทานอาหารเย็น พอทานเสร็จก็กลับมาอยู่ในห้อง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีงานปาร์ตี้วันเกิดของเด็กแลกเปลี่ยนอีกคนที่อยู่บ้านเดียวกันค่ะ

เขาบอกว่า ถ้าข้าน้อยกลัวก็ให้ขึ้นไปเฉพาะตอนที่คนไม่ค่อยมี

เขามาตามค่ะ พอขึ้นไปก็กร่อยนิดหน่อย เพราะแต่ละคนยังเกร็งๆอยู่ ข้าน้อยก็เกร็ง พอไม่มีใครหันมาก็ วิ่งกลับมาหลบอยู่ในห้อง...

พอถึงเวลาขนม ข้าน้อยก็วิ่งขึ้นไปอุ่นสังขยาที่ทำไว้ มีคนมาคุยด้วยค่ะ พอเขา หันไปคุยกับคนอื่น เราก็หาลู่ทาง วิ่งกลับมาหลบในห้องอีก...

เมื่ออาทิตย์ก่อนเป็นเทศกาลกินเจ เพื่อนเขาทำเเพนเค็ก มีไข่ ข้าน้อยเลยไม่ได้ทาน กะว่ารอจนเสียงเงียบเเล้วค่อยขึ้น ไปเพราะหิว

พอเริ่มซา ข้าน้อยก็กะว่าจะต้มอาหารประจำ (มาม่า)ทาน ก็พอดี คนเขาเดินมาลา เจ้าของบ้านกัน ข้าน้อยเลยต้องหลบลงไปอยู่ในห้องอีกรอบ

พอนั่งคิดว่า ตัวเองทำอะไรลงไปแล้วก็มาเปรียบเทียบดู ทำไมเราไปเหมือนคุณสำลีซะขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องหวาดกลัว ไม่มีใครเลยที่จะมาทำร้ายเรา แต่ข้าน้อยยังคงทำใจไม่ได้ค่ะ

เมื่อก่อนตอนเรียนเตรียมมหาวิทยาลัย ข้าน้อยจะพยายามหลีกเลี่ยงเวลาที่คนเยอะที่สุด ไม่ไปห้องสายที่สุดก็ไปคนแรกไปเลยค่ะ พอขากลับ แทนที่จะออกประตูหน้าดีๆ ข้าน้อยมักจะเลือกกระโดดออกทางหน้าต่างมากกว่า

ข้าน้อยไม่ค่อยกล้าแม้แต่สั่งของกินในโรงอาหารค่ะ ใช้เวลาประมาณปีหนึ่งถึงกล้าเข้าไปโรงอาหารกลาง ของมหาวิทยาลัย

ตอนมัธยม เคเอฟซี ยังไม่กล้าแม้แต่จะสั่งเองเลยค่ะ ถ้าไปกับเพื่อนหรือพี่ เขาจะเป็นคนไปสั่งมาให้ จนพอโตก็ค่อยกล้าบ้างนิดหน่อย

ตอนอยู่ที่นี่ ข้าน้อยกะว่าจะลองเข้าไปสั่งอะไรดูสักครั้ง (ที่ๆมีคนเยอะๆ) อยู่มาตั้งสามเดือนแล้วแท้ๆ...

นี่คือสิ่งหนึ่งที่ข้าน้อยกลัวค่ะ ไม่รู้ทำไมถึงกลัว แต่ก็กลัว มีเรื่องที่ข้าน้อยกลัวมากมาย แต่การกลัวคน คือสิ่งที่เป็นปัญหาในการเข้าสังคม แต่ข้าน้อยก็ยังแก้ไม่ได้ (การมาอยู่ที่นี่ ก็เพื่อว่า ตัวเองจะไปหลบหลังใครไม่ได้อีก แต่ดูเหมือนว่า ข้าน้อยก็ยังหาที่หลบอยู่ดี)

แล้วคุณล่ะคะ คุณเคยกลัวอะไรบ้างไหม คุณแก้ไขมันอย่างไรคะ คุณว่าความกลัวของคุณส่งผลกระทบกับชีวิตคุณไหม 

ทั้งที่ข้าน้อยไม่คิดว่าตัวเองกำลังเหงา แต่ข้าน้อยอาจจะกำลังเหงาอยู่ก็ได้ ช่วงนี้ข้าน้อยบ้าอินเตอร์เนต เป็นพิเศษ เช้าตื่นมาก็ต้องเปิดเเละ มาอ่านเรื่องราวในเอ็กซ์ทีนบ้าง ไปหาเหยื่อย ในเอ็มเอสเอ็นคุยด้วยบ้าง หรือไม่ก็พยายามหาคนใหม่เข้ามาคุยด้วย ถึงบอกว่าไม่เหงา แต่ก็โทรหาแม่ทุกวัน พอดูอาการตัวเองแล้วก็รู้ว่า ถ้าไม่ได้ทำอะไร หรือ คุยกับใครซักคน จะรู้สึกเบื่อมากๆเลยค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่า ดีหรือเปล่าที่ข้าน้อยแก้ปัญหาด้วยการหาคนคุยด้วยในเนต แทนที่จะออกไปเจอผู้เจอคนข้างนอก... แต่ก็จะค่อยๆปรับไปค่ะ

 

ปล. ขอโทษนะคะ ที่วันนี้เป็น อะไรที่ไร้สาระมากๆเลยค่ะ ความจริงอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องอื่นนะคะ แต่ก็รู้สึกไม่มีอารมณ์จะเขียนออกมาซะอย่างนั้น

ปล. ถึงคุณ ultraping ข้าน้อยก็ชอบวิธีการสอนของแม่ค่ะ แม้บางทีจะรู้สึกว่าโดนค้อนทุบกระโหลก และเศร้าไปพักใหญ่ แต่ถ้าไม่มีแม่ด่าด้วยคำแรงๆก็คงไม่รู้สึกตัว ข้าน้อยใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์มากค่ะในแต่ละวัน ถ้าพูดก็คงบอกว่า อยากเปลี่ยน (แต่ความจริงก็คือ เราอยากเปลี่ยนจริงหรือเปล่า หรือเรายังยิดตึดอยู่กับกิเลสความสบายใจ ความสบายกายของเราอยู่)

ปล. ถึงคุณ norton ครอบครัวคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ คือคนที่อยู่เคียงข้างเราตลอดนะคะ

     ถึงคุณ hyper monkey เป็นอีกมุมองหนึ่งนะคะ ยิ่งหัวเราว่างมากเท่าไหร่ความคิดก็จะมาเท่านั้น

     ถึงคุณ minimart อดีตคือสิ่งที่น่าจดจำ ปัจจุบันคือสิ่งที่ควรทำให้ดีที่สุด เห็นด้วยค่ะ

     ถึงคุณ ป.ปุ้นค่ะ ปัญหาคือประสบการณ์ที่มีค่าเสมอ

     ถึงคุณ sananda ขอบคุณสำหรับข้อความน่ารักเสมอนะคะ

     ถึงพี่แอนดี้ พี่ผ่านอะไรมาเยอะเเยะเลยนะคะ ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน สติก็ช่วยให้ผ่านพ้นมาได้ ขอบคุณสำหรับการเเชร์เรื่องราวนะคะ

    ถึงพี่โอ๊ะ ตอบได้แบบน่ารักๆ และหวานๆ ตามเคยเลยนะคะ

    ถึงคุณ poompuien ทำไมมีแต่คนเรียกข้าน้อยว่าคุณล่ะ ขอบคุณที่เข้ามาบ่อยๆนะคะ

    ถึง พี่พาย ขอบคุณกับการเข้ามาเยี่ยมนะคะ

    ถึงคุณ nike เห็นด้วยค่ะ และขอบคุณที่เข้ามานะคะ

    ถึงคุณ incomplete-life รอยยิ้มเป็นสิ่งที่มีค่าเสมอ

    ถึงคุณ black devil หมายถึงคำพูดของเเม่ข้าน้อยหรือเปล่าคะ อบอุ่นถึงใจ

    ถึงคุณ gatez_a  สู้ค่ะ สู้ตาย ประสบการณ์อันมีค่านะคะ 

    ถึงคุณ จ๊ะเอ๋ ค่ะ เติมน้ำไปหลายรอบเลยง่ะ แต่ก็อร่อยดีค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

     ถึงคุณ faskie forminal คือวิชาอื่นมันแย่กว่าเลขอีกค่ะ สำหรับข้าน้อย แต่ว่า ข้าน้อยไม่รักเท่าเลข รักมากก็ช้ำใจมาก ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

     ถึง คุณ november no.9 ยินดีเสมอค่ะ สำหรับการอ่านเรื่องสั้นสนุกๆด้วย

     ถึง คุณ นันท์ (ไปอ่านบล็อคพี่มาน่ะค่ะ เห็นเขาเรียกกัน ขอเรียนด้วยคนนะคะ) ขอบคุณค่ะ สำหรับคำสอนดีๆและกำลังใจ

     ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ

 ปล. สุดท้าย ช่วงนี้เเวะเข้าไปอ่านบล็อคของหลายๆคนมาค่ะ บางท่านก็เพิ่งเข้ามาใหม่ บางท่านก็ อยู่มานานแล้ว บางทีบทความ ของบางท่าน ก็มีความคิดเเบบเดียวกับ อีกท่านหนึ่ง บางที บางท่าน เกิดสับสนในเรื่องนี้ ในวันเดียวกันคนละเวลา อีกท่านก็เขียนแก้ปัญหากับเรื่องนั้นพอดี  บางทีข้าน้อยก็อยาก จับคนนั้นให้รู้จักคนนี้ คนนี้ให้รู้จักคนนั้น ก็จะเป็นการลงตัวในหลายๆสิ่ง แต่ก็กลัวว่าเราจะ จุ้นจ้านมากเกินไป

บางทีข้าน้อยก็อยากเขียนแนะนำ บล็อคของท่านนั้นท่านนี้ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ บทความน่าอ่าน แต่ ของท่านอื่นก็น่าอ่านเหมือนกัน ข้าน้อยก็โฆษณาไม่หมด เลยไม่รู้จะทำยังไงเลยค่ะ

 

สอบเสร็จแล้วค่ะเหลือส่งงานอีกสองอย่าง ยังไม่เริ่มเขียนเลยค่ะ อยากอู้ไปเรื่อยเรื่อยมากกว่า...

     

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ได้ความรู้มากมายเลย

#28 By ท่อตัน (125.25.83.103) on 2009-01-14 00:48

big smile

#27 By ดาวถัดมา on 2008-03-02 02:11

หวัดดีค่ะน้องจูน big smile

เรียกพี่นันท์ ได้ตามสบายเลยค่ะ

พี่ก็เคยเป็น กับการกลัว ที่จะเข้าสังคม พูดคุยกับคนอื่น
สาเหตุหนึ่งที่พี่เป็นเช่นนั้นคือ เราไม่มีความมั่นใจในสิ่งที่เขาเหล่านั้นสนใจหรือพูดถึง พี่แก้ปัญหาโดยการศึกษาเรื่องราวที่คนรอบข้างสนใจเมื่อมีโอกาสที่เราได้คุยกับเขา เราก็สามารถคุยได้ทันที ต่อเรื่องกันติดค่ะ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการผูกไมตรีคือรอยยิ้มค่ะ กับบางคนพี่ก็ไม่เคยคุยกับเขาเลย แต่พอเขามองมาเราก็เพียงส่งยิ้มให้ ยิ้มทั้งดวงตา ริมฝีปากและสีหน้า ไม่นานเขาก็จะทักทายเรา แล้วก็คุยกัน

ลองดูนะคะ พี่อยากเห็นน้องจูนมีเพื่อนที่ถูกใจ พูดคุย ทักทาย เล่นกันในชีวิตจริง มิใช่แต่เพียงเพื่อนในอินเตอร์เน็ตค่ะ big smile

#26 By ~ N ~ on 2007-10-28 17:17

big smile

ประมาณว่ามาจาก blog อื่นนะคะ แวะมาเยี่ยม double wink

#25 By on 2007-10-27 14:27

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บ้าน
ไม่เคยนึกตำหนิใครเรื่องคอมเม้นต์ค่ะ
ไม่ว่าจะ "สั้น" หรือ "ยาว"
หรือแม้แต่แวะไปและไม่ทิ้งแม้รอยเท้า
.
.
แต่สิ่งที่น้องไปคอมเม้นต์
แสดงสิ่งหนึ่งในตัวตนของน้องได้
คือความใส่ใจและความละเอียดละออค่ะ
.
.
มาอ่านหมาท่อ ท่อนแรกน่ารักดี
แต่พอท่อนหลัง.. อืมม เข้าใจเปรียบตัวเอง
.
กับความกลัว..ลองเอาชนะมัน
ประมาณหนามยอกให้เอาหนามบ่ง
ลองดู.. นะคะ
.
ขอบคุณสำหรับไมตรี
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะbig smile
สำหรับพี่พี่เป็นโรคกลัวความสูง กลัวความเร็ว
ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองกลัว รู้แค่ว่าตอนเป็นเด็กถ้าขึ้นชิงช้าสวรรค์แล้วมันจะเสียวแปล๊บๆที่หัวใจ แล้วก็จะหายใจไม่ออก เช่นเดียวกันกับการกลัวความเร็ว ตอนเป็นเด็กก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเวลานั่งรถมอเตอร์ไซด์ ที่เขาขับเร็วๆ แล้วจะเสียวแปลบที่หัวใจและหายใจไม่ออก พอโตขึ้นมาค่อยรู้ว่าเราไม่ปกติ
แต่พอเป็นวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซด์เป็นก็ต้องซิ่งถึงจะเรียกว่าเจ็ง อาการกลัวความเร็วก็เลยหายไป แต่ยังไม่หายขาด ถ้าบิดสัก 110-120 km/hr ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
แต่พอขับรถยนต์ได้ มันก็หายไปเกือบหมดเหยียบเท่าไหร่ก็ไม่ทันใจ
แต่การกลัวความสูงยังไม่หายจ้าsad smile big smile big smile

#23 By Nirvana on 2007-10-26 15:30

ผมก็ เป็น...บางเวลาsad smile

ป.ล.ดีใจที่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนที่นี่ วันหลังจะหาเวลาว่างๆแวะมาอีกครับ
big smile

#22 By sweettoxic on 2007-10-26 15:16

blog เรา go inter ละ
ขอบคุณที่แวะไปอ่านนะคะ
หลับฝันดีsurprised smile

#21 By Art VS. Ying on 2007-10-26 15:04

หมาท่อ อืมๆ

#20 By นายฉิม on 2007-10-25 14:53

สวัสดีค่ะน้องจูน

พี่ต้องขอบคุณที่แวะเข้าไปฟังบทสวดสมัยสูตรนะค่ะ ตอนนี้แก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะค่ะที่ตอนแรกผิดพลาดไป

sad smile sad smile sad smile

#19 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-25 11:47

หายเข้าเมืองไปนาน กลับสู่ชนบท ได้นั่งหน้าคอมเลยถือโอกาสแวะเข้ามาทักทายครับ

เป็นยังไงบ้างหมาท่อ...หมอท่า open-mounthed smile
นอนดึกนะครับเนี่ย..
ทำไมยังไม่นอนอ่ะครับ เทคแคร์ๆหนอ...ฝันดีๆๆ
ผมกำลังจะไปนอนล่ะครับ...big smile

#17 By sananda on 2007-10-25 01:47

ถึงคุณเด็กห้อง..
เมื่อก่อนผมก็เป็นนะ สมัยไปเรียนต่างแดนใหม่ๆ พูดจาอะไรกับเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง กลัวไปหมด..เวลาไปอยู่กับโฮส กลัวสุดๆเลยคือโทรศัพท์ กลัวมันดังแล้วต้องรับ กลัวคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง...เวลาโฮสมีเพื่อนมาบ้านก็หลบในห้อง..ดึกๆหิว ก็รอให้เค้าหลับหมดบ้านแล้วค่อยไปต้มมาม่ามาทานในห้อง...คล้ายๆคุณน่ะแหละ...big smile
...วิธีแก้เหรอครับ..ผมว่าเริ่มจากทำความคุ้นเคยกับคนในบ้านก่อน คนข้างนอกไว้ทีหลัง..ถ้าเค้านั่งดูทีวีกัน ก็ออกมาดูด้วย..ลองหาคำถามทั่วๆไปมาเริ่มบทพูดคุยกับเค้าสิครับ...'canada มีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง'..'you เคยไปเมืองไทยไม๊'..พอได้คุย เดี๋ยวเราก็จะเริ่มเปิดใจให้เค้าเองล่ะครับ...

อ่อ...ผมว่าคุณเป็นคนเขียน bloq ที่น่ารักมากๆเลย ที่ตอบโพสของคนที่มาทักทายทุกๆคน..ขยันสุดๆและแสดงถึงความใส่ใจ... big smile

#16 By incomplete-life on 2007-10-24 22:19

ถึงจะบอกว่าไร้สาระแต่ผมว่ามันก็มีอะไรให้คิดอยู่ไม่น้อยน่ะ.....
ขอบคุณนะครับ สำหรับการมา comment ในบทความของผม ดีใจจัง มันเป็นงานเขียนชิ้นแรกซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้เรื่องหรือเปล่า แต่ก็ขอบคุณนะครับที่สละเวลามาอ่านมัน ขอบคุณจริง จริง

แล้วก็ขอทักทายกับสมาชิก ข้างล่างทุกคนด้วยนะครับ

ดีคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ..แล้วผมจะไปแวะเวียนพวกคุณน๊า

#15 By freedom_line on 2007-10-24 21:28

big smile มาสวัสดีทักทายยามค่ำครับ..
confused smile

#14 By sananda on 2007-10-24 19:30

^-^
แหม ผมว่าคุณจูนเก่งแล้วล่ะครับ
กล้าที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างที่แคนาดาโน้นแหน่ะ
ผมยังปอดๆ เลยเวลาก้าวข้ามผ่านชายแดนไทย-พม่า (น้าน)
จริงแล้วมันไม่มีอะไรครับ
คุณจูนชอบให้คนอื่นทำอย่างไรกับคุณจูน
คูณจูนก็ทำสิ่งนั้นให้กับเค้าสิครับ ผมว่าดีมากๆเลยล่ะ
confused smile

#13 By ::poompuien:: on 2007-10-24 19:21

ปล.1 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%98
ปล.2 อ๋อ เพราะว่าเหงานี่เอง
ปล.3 ก็เลิกกลัวซะสิ ฮี้ฮี้

#12 By . on 2007-10-24 13:29

มีเคยมีคนทำวิจัยไว้ ว่าคนเราส่วนใหญ่กลัวอะไรมากที่สุด มีมากมายครับ ไม่ว่า ความมืด ผี งู อื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่คนเรากลัวติดอันดับหนึ่งก็คือ การออกไปยืนพูดต่อหน้าคนจำนวนมากครับ โดยเฉพาะคนที่เรายังไม่คุ้นเคย เราเองก็เป็นครับ ยังจำครั้งแรกที่สอนหนังสือได้เลย สั่นมาก แต่เราก็มียาแก้ความกลัวครับ ก็คือความกล้าครับ บางทีอาจไม่เห็นผลเลยเหมือนกับทานยาครับ ร่างกายเราต้องรอเวลาสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่นานก็หายครับ

เป็นกำลังใจให้

#11 By MinimarT on 2007-10-24 09:43

สวัสดีครับ แวะมาหลังจากหายไปนาน คงสบายดีนะครับconfused smile confused smile

#10 By ภัทร วีระ on 2007-10-24 02:43

อย่าไปกลัวคับลองทำใจซักแปบนึงเหมือนสูดลมหายใจไรเงี้ย
แล้วก็ไปสั่งเลยตอนเด็กผมก็เคยเป็นไม่ค่อยกล้า
เสียงจะเบาๆ พูดไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ ตอนนี้เสียงดังฟังชัด(+ปากสุนัขเล็กน้อย 555+sad smile)

สู้ๆๆ เดวไม่มีเพื่อนคุยนะ double wink

ปล.เหมือน "พาย" เลยคับตอนเด็กๆ 55+

#9 By nOtt_w on 2007-10-23 23:02

00000000____0_____000___0000__0000000_
___000_____0_0____000__000____000_____
___000____0___0___0000000_____00000___
___000___0000000__00__000_____000_____
____00___0_____0__000__0000___0000000_
______________________________________
______________________________________
___00000_____0_____0000000___000000___
_00_________0_0____000__000__000______
_00________0___0___0000000___00000____
_00_______0000000__00__000___000______
___00000__0______0_000__0000_000000___ CLUB (",)

#8 By sananda on 2007-10-23 20:41

เอ๋ ถ้าพี่ๆไปนอนในท่อ พี่จะเป็นสาวท่อมั้ยอ่ะ sad smile
อู้ไปอู้มา ถึงไฟล้นก้นจะร้องวู้ฮุ้ น่าจ๊ะ ช่วงนี้พี่งานยุ่งจัง
หาเวลาส่วนตัวยาก นี่วันหยุด ยัง ยัง ยุ่ง
แต่ก็คิดถึงน่ะ ดูแลตัวเองน่ะจ๊ะ สาวไทย ใจเกินร้อย big smile

#7 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-23 13:13

ไอ้จูนแกเอาสำลีของฉันมาประจานได้ไง มันออกจะน่ารัก ไม่เอากล้วยปิ้งสุดเลิฟ มาพูดหล่ะฮะ

#6 By lunar on 2007-10-22 21:17

หมาท่อ พี่นึกว่ามันตกท่อ ชื่อน่ารักจังเลย
กลัวคน เรื่องเดิมที่น้องจูนเกริ่นบ่อย เนอะ
เรายังไม่มีโอกาสได้คุยกันซะทีช่วงนี้พี่ก็ยุ่งมาก
เพราะรีเสริชโดนตีกลับมาแก้หมดเลย
พี่เองก็คล้ายๆ กันค่ะ ไม่โปรดสังคม คนเยอะๆแล้วอึดอัด
ชอบอยู่คนเดียว ชอบคิด ชอบมีเวลาอ่านหนังสือ 5555

ไม่ต้องกังวลนะค่ะ ให้เวลากับตัวเอง อย่าเร่งรัด
แล้วทุกๆ อย่างก็ดีขึ้นค่ะ มันไม่ใช่ปัญหาเลย
มันเป็นพรรสวรรค์ต่างหากค่ะน้องจูน...พี่เป็นกำลังให้นะค่ะ

surprised smile surprised smile surprised smile

#5 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-22 20:56

เด็กห้องsad smile ผมว่าอย่างน้อยก็รู้ตัวนะครับว่าข้อด้อยของเราคืออะไร ถ้ารู้แล้วพร้อมจะปรับปรุง จะช้าจะเร็วก็ต้องมีสักวันที่ทำได้ พยายามลองเข้าสังคมโดยไม่หลบดูครับ ค่อยเป็นค่อยไปdouble wink

ผมกลัวการพูดในที่ชุมชน แต่ว่าคนส่วนใหญ่ก็คงเป็น ถ้าคุยกันตัวต่อตัวผมว่าผมคุยเก่งนะ แต่พอไปพูดในที่ชุมชนแล้วแป๊กทุกที ผมแก้โดยการเข้าชุมนุมค่ายอาสาครับ เนื่องจากเป็นคนออกแอ็กทีฟ อารมณ์ขัน เขาเลยจับให้ทำฝ่ายเอนเตอร์เทน (สันทนาการ) ก็ค่อยๆหัดไปครับ

ถึงวันนี้คงพูดดีกว่าแต่ก่อน พอมองย้อนดูก็คิดว่า เป็นที่ความมั่นใจในตัวเองครับ ถ้าเราเชื่อมั่นในตัวเองแล้วจะคุมสถาณการณ์ได้และทำด้วยความมั่นใจ surprised smile
หมาท่อ.. นิสัยเหมือนกระต่ายที่บ้านเลยค่ะ
ตัวดำเหมือนกันอีก จริงๆ แล้วเค้าเป็นกระต่ายรึเปล่านะwink

พายเคยเป็นนะ เป็นตอนเด็กๆ ค่ะ
เวลาคนอื่นนั่งคุยกัน
พายจะนิ่ง+เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
และคิดว่า อย่านะ..
อย่าได้มีประเด็นไหนที่จะทำให้ใครหันเห
ความสนใจมาที่ฉัน
เพราะได้อยู่ในมุมของตัวเองแล้วรู้สึกปลอดภัย
หายเป็นแบบนั้นเพราะกิจกรรมดนตรีไทยค่ะ
ลองหาอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่าเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง
ดูนะคะ..

อื้อ.. พายมีหนังสือแนะนำ เรื่องนี้น่าจะดีกับหนูนะ
The Secret หาอ่านดูนะ


big smile

#3 By p-i-e on 2007-10-22 16:20

อุ๊ย ... อยากเห็นจังเลยค่ะ
หมาท่อ

ไม่เคยเห็นน่ะค่ะ
หมาที่รักท่อเป็นพิเศษ double wink

#2 By Baby_hiphop on 2007-10-22 12:00

เคยเป็นนะคะ อาการกลัวแบบนี้ ทรายจะเป็นกับผู้ใหญ่ค่ะ

แต่โดนปรกติทรายเองเป็นคนเข้ากันคนง่ายค่ะ

ยังไงก็เป็นกำลังใจนะคะ ขอให้ปรับตัวได้เร็ว ๆ

แล้วก็อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะbig smile

#1 By # li DarK_SpritE il # on 2007-10-22 11:50