กรรมทางอินเตอร์เนต

posted on 03 Dec 2007 08:08 by deepindark

ขอโทษจริงๆนะคะ สำหรับ เอ็นทรี่ส์ก่อนหน้าที่ตัดสินใจลบทิ้งเสีย เพื่อความสบายใจของข้าน้อยเอง ส่วนเอ็นทรี่ส์ก่อน ซึ่งเพิ่งมารู้เมื่อวานนี้ ว่า เนื้อหาที่เขียนไปสิบส่วนเหลือเพียงสามส่วน ขออภัยในความสะเพร่าด้วยจริงๆค่ะ

พอดีเมื่อวานนี้ ได้เข้าไปนั่งอ่านตามบล็อคต่างๆ ก็ไปเจอ กระทู้ถามเรื่อง กรรมทางอินเตอร์เนตมา โดยผู้ให้ความกระจ่าง คือคุณดังตฤน - ผู้ประพันธ์เรื่อง กรรมพยากรณ์ที่พี่พลอยจ๋า นำมาลงให้อ่านกัน (ในเรื่องกรรมพยากรณ์ ภาค ที่พี่พลอยจ๋านำมาให้อ่านเรื่องเดียว ก็ช่วยเป็นบทตัวอย่าง เรื่อง ของพี่แอนดี้ในการฝึกจิต และก็ตอบปัญหา ที่อย่างน้อยก็ข้าน้อยเคยสงสัย เกี่ยวกับว่าทำไมถึงเกิดเป็น ผู้หญิง ทำไมถึงเกิดเป็นผู้ชายและอีกหลายเรื่อง ได้มากมายเลยค่ะ) ข้อความด้านล่าง คัดลอกมาจากพันทิปนะคะ เพราะจำไม่ได้ว่า บอร์ดจริงอยู่ที่ไหน

ถาม – การเขียนข้อความหรือนำเสนอเนื้อหาอะไรผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝง ถือเป็นกรรมหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อเรา ไม่มีใครเห็นหน้าเรา ไม่มีใครได้ยินเสียงเรา เหมือนเราไม่มีตัวตน

    ผมเห็นว่าคำถามนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องกรรมได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังนึกว่าการก่อกรรมเป็นเรื่องที่ต้องโชว์ตัว โชว์เสียง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีชื่อแซ่ของเจ้าตัวปรากฏเป็นที่รับรู้เสียก่อน ความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ กรรมนั้นคือเจตนา ต่อให้คุณนอนคิดร้ายอยู่บนยอดเขา ไม่มีใครเห็น คุณก็ทราบชัดอยู่แก่ใจ และสามารถสำเหนียกรู้สึกได้ว่าใจคุณดำมืดเพราะโดนเมฆหมอกอกุศลทาบทับแล้ว

สำหรับกรรมที่ทำอยู่ในใจจริงๆ มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจคุณเองคนเดียวนั้น เรียกว่า ‘มโนกรรม’ สำหรับมโนกรรมนั้นจะสำเร็จสมบูรณ์เต็มขั้นในทันทีที่ตั้งใจคิดและมีความยินดีกับความคิดนั้น หากจะพูดว่ามโนกรรมคือกรรมที่ก่อแล้วยังไม่ทันส่งผลกระทบดีร้ายกับผู้อื่นก็คงได้ ตัวอย่างเช่นคุณคิดจะด่าเขา แต่ระงับใจไม่ด่า อย่างนั้นก็เป็นเพียงมโนกรรมอันเป็นอกุศล มีผลให้จิตคุณทุกข์ร้อนอยู่คนเดียว ยังไม่เป็นวจีกรรม ยังไม่มีเสียงกระทบหูใครให้ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา

แต่หากคลื่นความคิดแรงจนทะลักรั้วกั้น หลุดจากสมองไปกระทบผู้อื่น ไม่ว่าจะทางภาษาพูดหรือภาษาเขียน ทำให้เขาเกิดความเข้าใจว่าคุณคิดอย่างไร ตรงนั้นจัดว่าเป็นวจีกรรมได้หมด พูดง่ายๆว่า ‘ภาษา’ นั่นเองคือเครื่องมือก่อวจีกรรมของมนุษย์

ฉะนั้นคุณจะแอบเขียนอะไรทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝงเฉพาะกิจ ไม่มีใครอื่นรู้เห็น ไม่มีใครรู้จักเลย แม้เพียงครั้งเดียวก็นับว่าสร้างวจีกรรมไปแล้วหนึ่งครั้ง และกรรมก็จะติดตามคุณเป็นเงาตามตัว ไม่ผิดต่างไปจากกรรมอื่นๆที่กระทำโดยเปิดเผยหน้าตาตัวตน เจตนาเกิดขึ้นที่จิตของคุณ กรรมก็เกิดที่จิตของคุณเช่นกัน เพราะกรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าบุคคลคิดแล้วจึงก่อกรรมทางกาย วาจา ใจ

อินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้เราเห็นอะไรหลากหลายจริงๆ แม้แต่การทำงานของกรรม อย่างเช่นที่ผมรู้จักหลายๆคน เห็นกรรมทางวาจาของเขาในเบื้องต้น แล้วได้เห็นพัฒนาการหรือความเสื่อมทรามทางจิตใจในเวลาต่อมา เป็นไปตามวิธีคิดเขียนให้ดีให้ร้ายแก่ผู้อื่น

ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

บอกได้เลยครับว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร? เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ‘ไอ้โง่’ ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า ‘ไอ้โง่’ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้

ผมเห็นแล้วนึกเสียดายครับ หลายคนยังเป็นเด็ก และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่เอง

โอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่นครับ กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที ผลอาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อยล่ะ

 

พออ่านแล้วก็นึกกลัวขึ้นมา ถึง สิ่งที่เราได้เขียนลงมา ตั้งแต่เป็นเด็กอ่อนหัดท่องอินเตอร์เนต จนเป็นเด็กมัธยมหัดเดินบนอินเตอร์เนต ข้าน้อยเขียนว่าใครไว้บ้าง เขียน โดยเจตนา ประนามเขาไว้หรือเปล่า แม้โดยเสี้ยวหนึ่ง ไม่ได้เต็มส่วน แต่นั่นก็บาปจริง เหมือนที่แม่ข้าน้อยเคยบอกไว้ว่า เพราะภาษาเขียนมันจารึกเอาไว้ไง มันไม่ได้แค่ผ่านเลยไปรู้กันแค่คู่สนทนา แต่ยังยืนยงกว่านั้น  แต่จะมาแก้หลังการกระทำคงสายไป คงจำต้องบอกว่า ต่อจากนี้จะเขียนอะไรไม่ว่าจะเป็นใน บ้านหลังนี้ หรือการตอบกระทู้ในบอร์ดอื่นๆ คำพูดที่เขียนลงไป จิตใจที่แฝงไว้ด้วยคงต้องระวังไว้มากกว่านี้ค่ะ

แล้วคุณล่ะคะ เห็นด้วยกับข้อความของคุณดังตฤน หรือเปล่า ช่วงที่กระเเสการเมืองมาแรง มีหลายบอร์ดที่กระทู้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นสิ่อทางการเมือง ออกความคิดเห็น และพลาดพลั้งใส่กัน แล้วเราจะออกความคิดเห็นของเราอย่างไร ไม่เป็นการทำให้ผู้ที่อยู่คนละฝ่ายของเรา เดือดเนื้อร้อนใจ หรือ จะเงียบไว้เป็นดีที่สุดกันหนอ?

 

 

พี่โอ๊ะ บอกว่าให้ลองเล่าเรื่องที่ไปเเลกเปลี่ยนให้ฟังบ้าง หนูยังคิดไม่ออกตอนนี้เลยค่ะ คิดออกแต่เรื่องอาหารการกิน (ไม่ค่อยตะกละเลยเรา) วันนี้เลยขอนำภาพอาหารมาลงอีกครั้งนะคะ

 

  
 
  

เป็นอาหารที่ทำเองทั้งหมดอ่ะค่ะ  ส่วนใหญ่ก็จะได้สูตรมาจากในเนตนะคะ  พี่ incompletelife เคยแนะนำว่าให้ลองบอกวิธีทำอาหาร หนูยังเป็นมือใหม่ลองมั่วอยู่เลยค่ะ เอาไว้มั่นในฝีมือเมื่อไหร่ จะลองทำจริงๆจังๆนะคะ ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อนนะคะ 

อาหารจานแรก ก็คือ ไข่ตุ๋น ต้มยำมาม่า ค่ะ  - ไข่ บวกน้ำต้มยำ แล้วอบไมโครเวฟ จ้า แต่ข้าน้อยก็ชอบทานมาม่าต้มยำธรรมดามากกว่าค่ะ

จากต่อไปก็คือ แกงทูน่าค่ะ สองภาพซ้อน เเบบว่า ภาพออกมาสวยเลยต้องถ่ายหน่อย เอาทูน่าออกจากกระป๋อง แล้วก็ คลุกกับ น้ำส้ม น่ะค่ะ บีบออกมาจากลูกเลย ไม่รู้ใส่ทำไมเหมือนกัน เพื่อนบอกให้ใส่มะนาว แต่เรามีแต่ส้ม นัยว่า ล้างคาวค่ะ

โรตีชีสห่อไข่ ความจริงมันน่าจะน่ากินกว่านี้ ค่ะ ตามสูตรของพี่ๆตามเนต แต่เนื่องจาก เราเป็นน้องๆ ทำไข่ไหม้เพราะกลับไข่ไม่เป็นเลยออกมาเป็นแนวนั้น ทอดโรตีให้กรอบก่อน พักไว้ ไข่เจียว ข้าน้อยใส่นมไปด้วยค่ะ แล้วค่อยวางทอด วางโรตีลงไปตามด้วยชีส ปิดฝา - น้ำมันร้อนไปทำให้ไข่ไหม้อ่ะค่ะ เลยต้องกลับ ด้านที่ใส่ชีสให้ชีสละลายตักขึ้น ม้วนหน่อย แต่ก็อร่อยดีค่ะ เพราะมีน้ำของไข่ไหลออกมานิดหน่อย

 

ปลาราดพริกสูตรที่บ้าน - ปกติใช้ปลานิลทอดค่ะ ทอดให้กรอบ แค่เนื่องจาก ที่นี่หาไม่ได้ใช้ปลาอะไรไม่รู้ทอดนานๆเนื้อ คอดหมดเลยค่ะ เลยต้องรีบยกขึ้น ส่วน น้ำราด ก็เอาน้ำจิ้มไก่ใส่ซอสหอยนางรม เคี่ยวพอร้อนก็ราด จบ ง่ายมาก หวานมากด้วย ToT

ปีกไก่ทอดน้ำปลา - ภาพออกมาดูซะดี แต่ความจริง เนื้อไม่สุกอ่ะจ้า

แกงจืดผักกาดดอง - ที่เห็นผักกาดเป็นเเผ่นเชียวเพราะคนทำขี้เกียจหั่นนั่นเอง ก็กินเองอ่ะ ใช้น้ำซุปหัวหอมต้มเองค่ะ เพราะไม่กินกระดูกหมูเลยทำตามสูตรไม่ได้ ผลเลยออกมา กลิ่นหัวหอมหึ่งเลย แล้วก็เปรี้ยวน้อยไป ไม่ถูกใจแต่ก็ซดได้จ้า

ผัดกระเพราไก่ - ใบกระเพราฝรั่งไม่อร่อยเลย

มาม่าผัดซีอิ๋วค่ะ - ชีวิตนี้มีแต่มาม่าจริงๆ

มิโซะซุปใส่ไข่ค่ะ - เขามีขายเป็นซองสำเร็จรูปล่ะ อร่อยดีค่ะ

แกงป่าผักค่ะ - มีแต่ผัก เค็มไปด้วยล่ะ ก็ซดไปเกือบครึ่งถ้วยตอนร้อนๆ พอเริ่มหายร้อน (หรือหิวก็ไม่รู้) จึงรู้ว่า เค็มมาก ทานกับข้าวผัดไข่เจียวค่ะ

อีกอันเพิ่งทำทานเมื่อเช้าค่ะ ข้าวผัดเปรี้ยวหวานห่อไข่ - คือ ไปเจอสูตรข้าวห่อไข่น่ะค่ะ พี่เข้าผัดข้าวใส่ซอส แต่เรารู้ว่า ซอสที่นี่หวานมากเราทานไม่ได้ค่ะ ข้าน้อยเลยไปหาสูตรผัดเปรี้ยวหวานมา ทำซอสก่อน ก็เอาซอสมะเขือเทศ ผสมกับน้ำส้มสายชูแล้วก็ซีอิ้วค่ะ ผัดกับข้าว ส่วนไข่ เรากินเยอะอ่ะ กลัวฟองเดียวห่อไม่พอเลยใช้สองปรากฏว่า กระทะเล็กจัด เลยทำให้ ไข่หนาแทน ห่อข้าวไม่หมดอีกต่างหาก ไข่ไม่นิ่มเลยค่ะ คราวหน้าจะใส่นมไปด้วยดีกว่า

รู้สึกจะลืมเมนู ขนมปังที่ใส่ในถ้วยไป  คนทำเขาบอกว่าเรียกว่าขนมปังฝรั่งเศษน่ะค่ะ ใช้ขนมปังแท่งยาวๆที่เราเรียกว่าขนมปังฝรั่งเศษนั่นเเหละ มาหั่นเป็นท่อนๆนะคะ ชุบกับ เครื่องที่ผสมไปด้วย ซินนามอน นม เนย เกลือ ไข่ ตีจนเข้ากันนะคะ ทอดกับน้ำมัน พอทอดเสร็จ ขนมปังด้านในจะนิ่มๆ แบบ ภาพที่สองน่ะค่ะ แล้วก็ชุ่มด้วยนม ข้าน้อยชอบมากๆ แต่ยังทำไม่ลงตัวซักทีค่ะ ตามภาพ คือใส่ขนมปัง ราดเครื่อง แล้วอบไมโครเวฟค่ะ เลยไม่อร่อยเลยล่ะ เพราะว่ามี แป้งบางส่วนไม่เปียก แล้วก็ไม่ มันน่ะค่ะ (น้ำมันก็สำคัญล่ะนะ)

ที่ตอนนี้พยายามทำอยู่คือ เเพนเค็กค่ะ แบบที่คล้ายๆ เครป เพื่อนคนเนเธอร์แลนด์เขามีสูตรทำเลี้ยงเพื่อน เราก็ไปช่วยด้วย แจสูตรเขาไม่ได้ค่ะ แต่ที่จำได้คือรสของเเพนเค๊กที่ จะมีกลิ่นนมเนยออกมาน่ะค่ะ ข้าน้อยลองทำเอง ใส่นม เยอะหน่อยก็ ทำให้ แป้งไม่เเข็งตัว ใส่แป้งเยอะก็ทำให้ได้กลิ่นแต่แป้งค่ะ เนยเยอะก็ยังไม่ช่วยเท่าไหร่จ้า

ใครมีไอเดียดีๆอะไรบอกมั่งนะคะ แล้วเรื่องเที่ยว ข้าน้อยค่อยเอารูปมาลงทีหลังนะคะ

ตามเพลงที่สองที่เอามาลง ค่ะ 'จะตามหัวใจไปจนสุดหล้า' แต่ของข้าน้อยคงเป็น 'จะตามของกินไปจนสุดหล้า'  ขอบคุณคุณ ยูริโกะมากๆนะคะ ขอเพลงอะไรก็ได้ เลยขอเพลงประกอบละครเก่าๆนี้มาซะเลย

 

ปล. ใครมีสูตรอาหารง่าย สุดๆ ให้ข้าน้อยบ้างก็ได้นะคะ เพราะ อยากลองเปลี่ยนไปเรื่อยๆน่ะค่ะ

edit @ 3 Dec 2007 10:37:04 by knights of gemini

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile

#21 By คนหนึ่ง (125.26.24.14) on 2008-04-19 23:44

ยุคสมัยนี้กรรมติดปีกเลยนะคะ
ตามสนองได้ไวมาก ๆ
บางทีไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อนะคะ

อ่านแล้วเลยต้องมานั่งนึกเหมือนกันเลยว่า
เคยไปเขียนว่าอะไรใครไว้รึเปล่าอ่ะค่ะ sad smile
กลัวกรรมตามสนอง open-mounthed smile
------

ดูรูปอาหารแล้ว น่ากินมาก ๆ เลยค่ะ
อาหารดูน่าทานมากเลยค่ะ ชอบทำอาหารจากสูตรในเน็ทเหมือนกันเลย ^_^big smile

#19 By KissingKissMe ~ on 2007-12-13 12:32

เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วค่ะ big smile

แล้วจะเล่าบรรยากาศการไปเที่ยวให้ฟังนะคะ big smile

#18 By ~ N ~ on 2007-12-12 19:18

กรรมมมมมมมมมม

#17 By cadenzato on 2007-12-11 12:28

พี่แก้ไขเพลงที่ลงแล้วค่ะ ลองฟังดูอีกครั้งนะจ๊ะ ฟังได้มั๊ย big smile

จะไปเที่ยวเชียงใหม่เย็นนี้ค่ะ แล้วจะเก็บบรรยากาศมาฝากค่ะ big smile

#16 By ~ N ~ on 2007-12-07 08:57

กรรมนั้น อยู่ที่เจตนา หากว่า สิ่งใดก็ตามที่ทำไปด้วยมีเจตนาดี มีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดสิ่งที่ดี ไม่เป็นพิษ เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม หรือ ผู้ใด สิ่งนั้นย่อมเป็นผลกรรมที่ดีนั่นเอง
ส่วนการใช้ชื่อแฝงนั้น เป็นเพียงสื่อสมมติเท่านั้น เพียงเพื่อเหตุใดก็ตามแต่ นั้นเป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงมากเท่าไร
สำคัญอยู่ที่ เนื้อหาการถ่ายทอด สิ่งที่เขียนนั้นต่างหาก ที่จะบ่งบอกถึงกรรม ที่เรากระทำทางอินเตอร์เนต ว่าดีหรือไม่ดี และ กรรมนั้น ไม่มีผุ้ใดรู้ เท่ากับตัวเรารู้

สุขสันต์วันคริสมาสต์และปีใหม่

#15 By เมตตา on 2007-12-06 23:23

โฮ้ย พูดแล้วก็นึกถึงอาหารไทย
big smile

#14 By MinimarT on 2007-12-06 18:48

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องกรรมครับ ก็พอรู้อยู่ว่ากรรมไม่มใช่เพียงแค่เกิดจากการกระทำ แต่มันเริ่มก่อร่างสร้างตัวตั้งแต่ความคิด จิตใจกันเลยทีเดียวครับ =)

#13 By HyPeR MonKeY on 2007-12-06 14:56

เรื่องกรรมในอินเตอร์เน็ต
อืม... ไม่น่าเชื่อว่ามัน
จะเป็นประเด็นได้ ไม่เคยคิด
ไม่เคยนึกเหมือนกัน...
ก็ดูน่าสนใจดี..
แต่ผมสนใจของกินที่
จูนทำมากกว่า..
รสชาดดดดจะเป็นไงบ้างไม่รู้
อิอิอิอิ

#12 By freedom_line on 2007-12-06 09:05

ไม่จำเป็ฯครับ
เรียกยังไงก็ได้ ไม่ผิดหรอก
ผมเรียกว่า "ลูกกลมๆแบนๆมีรู4รู" (แล้วจะเข้าใจมั้ยเนี่ย?)
เวลาจะคิด จะพิมพ์ ก็ต้องคิดดี พิมพ์ดีนะ
จะได้ไม่ ก่อกรรมโดยไม่รู้ตัว sad smile
เห็นอาหารแล้วหิวค่ะ ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า อิอิอิ

#9 By Baby_hiphop on 2007-12-05 12:56

ดังตฤณเป็นนักคิดสมัยใหม่ อ่านอะไรได้จากเขาเยอะ

จะบอกว่า ถ้าเขียนอะไรลงไปในอินเตอร์เน็ตสักอย่าง มันจะอยู่ในนี้อีกนาน อย่างไม่น่าเชื่อ ... ถึงแม้จะลบไปแล้ว แต่เว็บที่ "เก็บ" หน้าเก่าๆ ยังมีอยู่เต็มไปหมด

แน่นอน ถ้าเขียนด่าใครไว้ ไม่ช้าไม่เร็ว คนๆนั้นก็จะมาพบในที่สุด ... หรือถ้าไม่เลย คนเขียนนั่นแหละ ที่จะทุกข์

รู้ว่าเขียนย้ำที่กล่าวมา แต่ที่อยากพูดก็แค่ อยากให้คิดก่อนเขียน

(จากคนท่องเว็บมากว่าสิบปี)

#8 By APCLdx (125.24.203.178) on 2007-12-04 18:25

ทุกอย่างอยู่ที่ใจน่ะพี่ว่า ความคิดถ้าคิดไม่ดีก็เป็นจิตอกุศล จริงมั้ย
นี่ๆ ทำแต่อาหารไม่ใช่กลับมาก็กลิ้งกลับมาพอดีละจูน
เรื่องสูตรอาหารจูนลองไปดูบลอคพี่รัตน์สิ เยอะน่ะ ตามลิ้งที่บ้านพี่ไปก็ได้
อยู่ตั้งไกลจูนดูแลตัวเองดีๆน่ะ อะไรที่ดีๆ มีเวลาก็โกยกลับมาเยอะๆน่ะจ๊ะ big smile

#7 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-12-04 15:03

กรรมย่อมนำความทุกข์มาสู่จิตใจนะคะ

สิ่งใดที่ทำแล้วก็ให้แล้วไปแต่นับจากนี้ก็ให้คิดดีทำดีไว้จิตใจจะได้ผ่อนใสค่ะ

รักษาสุขภาพนะคะbig smile

#6 By # li DarK_SpritE il # on 2007-12-04 15:00

น่าทานมากๆเลย... พอดีแวะเข้ามาดึกไปหน่อย ยังไม่ได้อ่านบทความโดยละเอียด ยังไงจะแวะมาอ่านอีกที.. แต่ได้นั่งดูฝีมือน้องจูนจนหิวไปหมดแล้ว...
ไปนอนก่อนเน้อ... big smile

#5 By incomplete-life on 2007-12-04 00:23

ธรรมะ จรรโลงดีฮะ.......บลอคนี้ๆอิอิอิbig smile
จริงครับ .. มนุษย์เราสมควรจะอยู่คนเดียวเพราะความวุ่นวายที่ต้องต่อเนื่องกับผู้อื่นแสนน่าเบื่อนี้ .. แต่ที่สุดของความวุ่นวายก็คือ ..มนุษย์เราก็ดันทะลึ่งอยู่โดยลำพังไม่ได้อีกครับ .. ปลงครับ

#3 By . on 2007-12-03 17:00

กรรมนั้นไม่ว่าเราทำในที่ลับหรือที่แจ้ง แม้กระทั่งนั่งจรวดไปทำกรรมที่ดวงจันทร์ กรรมนั้นๆก็ยังส่งผลได้ตลอด

ไม่ว่ากรรมนั้นจักเป็นบุญหรือเป็นบาป คุณก็จักได้รับผลของกรรมนั้นๆสืบไป ขอย้ำนะครับว่ากรรมคือการกระทำ
การกระทำมี ทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ

แต่ตอนนี้น้องจูนได้กระทำกรรมอันหนึ่งให้พี่แล้วครับ
เพราะทำให้พี่หิวซะแล้ว (กรรมจริงๆsad smile)

#2 By Nirvana on 2007-12-03 16:00

พี่ดูภาพอาหารแล้ว หลายจานน่าทานมากเลยค่ะ โดยเฉพาะปีกไก่ big smile

กับข้าวแบบไทยๆ น่าจะเหมาะนะคะ เพื่อนที่โน่นจะได้รู้จักอาหารไทย น้ำพริกปลาทูทอดที่ไม่ต้องเผ็ดมาก กับเครื่องเคียงต่างๆ เช่น ผักสด ผักราดน้ำกะทิ พูดแล้วน้ำลายไหล big smile

#1 By ~ N ~ on 2007-12-03 14:08