Nanaimo, BC 1

posted on 19 Mar 2008 11:41 by deepindark

ครั้งแรกกับการ เขียน บันทึกการเดินทาง คงเขียนไม่สนุกเท่ากับพี่ๆ เพื่อนๆคนอื่น แต่จะลองดูแล้วกันนะคะ

ข้าน้อยเพิ่งกลับจากนาไนโม มาเมื่อวาน ตัดสินใจไปค้างที่นู่นสองคืน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อไปขึ้น รถไฟ สาย มาลาฮัท (malahat - ถ้าออกเสียงผิดยังไงขอโทษนะคะ) ของ via rail canada

นาในโมเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเกาะ แวนคูเวอร์ ส่วนอันดับหนึ่ง ตกเป็นของ วิคตอเรีย ที่ๆข้าน้อยอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่เคยนำมาเล่าให้ฟัง -_-"

มาต่อกันที่รถไฟ ด้วยความที่ ชนชาวขาว ทั้งหลายเขาเป็นพวกนับถือรถไฟ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น amstrek ของ อเมริกา หรือ via rail ของแคนนาด ทางรถไฟของเขาก็จะตั้งชื่อกันไว้สวยหรู อย่างที่คุณกิ่งฉัตร นำเอามาเป็นชื่อนิยาย อย่าง 'แสงดาวฝั้งทะเล' 'coast starlight'

เนื่องจาก เกาะเเวนคูเวอร์ไม่ใช่เกาะใหญ่อะไร ทางรถไฟจึงมีอยู่สายเดียว ก็คือ สายมาลาฮัท ซึ่ง มี สถานีต้นสายอยู่ที่วิคตอเรีย แล้วไปจบ ลงที่ เมือง courtney (เอาไว้ว่างๆจะไปเที่ยวดูก่อนกลับแล้วมาเล่าให้ฟังนะคะ) รถไฟสายนี้วิ่งสองเที่ยวต่อวัน เที่ยวขาไป กับเที่ยวขากลับ ค่ะ

หลังจากเราลากสังขารตื่นแต่เช้าได้สำเร็จ เราก็มาถึงหน้าสถานีรถไฟ ซึ่ง เห็นกันจะๆว่า รถไฟทั้งขบวนมีอยู่ ตู้เดียว -_-" (มันไม่ใช่หน้าท่องเที่ยวจริงๆนั่นแหละหนา)

click to comment click to comment

หลังจากซื้อตั๊วกันเป็นที่เรียบร้อย (ราวๆ สิบหกเหรียญค่ะ ไม่ถือว่าแพง) ข้าน้อยกับเพื่อนชาวจีนก็เดินไปสำรวจในขบวนล่ะทีนี้ เนื่องจากมีเพียง ตู้เดียว เขาจึงไม่มีแบ่งคลาส กันนะคะ มีแต่ comfort class เท่านั้น เพราะฉะนั้น ใครอยากนั่งตรงไหนก็นั่ง แต่ คอมฟอร์ทของเขาก็ สบายจริงๆ ดังชื่อค่ะ ที่นั่งเป็น โซฟา ขนาด ใหญ่พอดีตัวฝรั่ง บุด้วยผ้าสีแดง ปรับเอนได้ตามสบาย รถไฟเขาก็ไม่มีแอร์เหมือนของไทยเเหละจ้ะ แต่ว่ามันเย็น โดยที่หน้าต่างไม่ต้องเปิดสักบาน (ไอ้เราก็อยากให้มันเปิดสักบานเพราะอุตส่าห์หอบหิ้ว ซูชิกับเกี๊ยวซ่ามาจากบ้าน เผื่อเอามากินในรถไฟ ก็หมดกัน เพราะขนาดยังไม่เปิด กลิ่นยังแตะจมูกซะขนาดนั้น)

การเดินทางทั้งหมด มันใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงค่ะ ข้าน้อยได้ดูข้างทางจริงๆก็แค่ไม่ถึงสองชั่วโมงดีที่เหลือหลับ (สิ่งแวดล้อมมันเป็นใจค่ะ แฮะๆๆ) ทางรถไฟสายนี้เขาก่อตั้งกันมาร้อยกว่าปีแล้วนะคะ ถ้าเดาไม่ผิด สองข้างทางก็เป็นธรรมชาติชนิดที่ว่าดูกันไม่เบื่อเลย ถ้าตอนไหนผ่านใกล้ตัวเมือง สองข้างทางจะเป็นต้นไม้ที่เขาปลูกไว้ (คิดว่าถ้าไม่ใช่ ต้นแอปเปิ้ลก็ ปาล์มญี่ปุ่น ที่มีดอกสีชมพู กับสีขาวค่ะ แต่ข้าน้อยมิมีโอกาสได้เห็นเพราะตอนนี้ หน้าฤดูใบไม้ผลิ เพิ่งเริ่ม ต้นไม้เหล่านั้นจึงยังหัวโล้นกันอยู่) ทางรถไฟสายนี้ผ่านทุกอย่างเท่าที่มันจะผ่านได้ ไม่ว่าจะเป็น หุบเหวลึก แม่น้ำ ถ้ำ ป่าสน หรือแม้กระทั่ง หลังบ้าน เอาเป็นว่า แค่นั่งรถไฟเที่ยวก็คุ้มแล้วค่ะ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ข้าน้อยว่า ทางรถไฟบ้านเราก็ไม่แพ้เขาหรอก ถ้ารู้จักโฆษณาให้ดีๆ เก้าอี้ไม้แข็งๆก็ดูคลาสสิคไปอีกแบบ

พอมาถึงนาในโมปุ๊บ ด้วยความที่เราเป็นนักท่องเที่ยวมือใหม่ แทนที่จะแวะโรงเเรมอย่างที่เพื่อนแนะนำ เราก็บอก ต้องไป ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อน ก็ปรากฏว่าเสียเวลาไปชั่วโมงกว่าเพื่อไปที่ศูนย์ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองราวครึ่งชม. (ตอนแรกนึกว่ากระท่อมร้างซะอีก) แล้วก็ต้องรอจับรถบัสกลับอีก รถเมล์ที่นี่จะแตกต่างจากเมืองไทยตรงที่ว่า วันเสาร์อาทิตย์ จะไม่ค่อยมีผ่านค่ะ เพราะว่า คนเขาไม่ค่อยออกจากบ้านกัน สถานที่ๆแรกที่เราตกลงกัน และเป้าหมายหลักว่า จะไปกันก็คือ ที่ ไวล์ดเพลย์ปาร์ค ค่ะ แต่เนื่องจาก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ไวล์ด มันเลยไม่มีรถเข้าถึง ด้วยความอยากเที่ยว เราเลย นั่งแท๊กซี่กันไปค่ะ รวมแล้วก็เสียไปอีกคนละสามสิบเหรียญ (ไปกลับ)

 

ไวล์เพลย์ปาร์ค เป็น คล้ายๆ สวนสนุกอนุรักษ์ธรรมชาติค่ะ กิจกรรมหลักๆ ของเขาก็คือ bunjee jumping ซึ่งเป็น บันจีจัมพ์ที่สร้างขึ้นแห่งแรกใน บริติชโคลัมเบีย มีความสูงประมาณ หนึ่งร้อยห้าสิบฟุตค่ะ

click to comment

มีหรือข้าน้อยจะพลาด ก็คงต้องขอรองเป็นอย่างแรกล่ะค่ะ พอไปยืนบนที่กระโดดก็ใจสั่นไปเหมือนกัน พอโดดปุ๊บรู้สึกเหมือนร่างกาย ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวมากๆ (แต่ก็ร้องวู้ไปได้สามที) แล้วก็กระเด้งกระดอนไปมา พร้อมกับรองเท้าตกน้ำไปหนึ่ง ข้าง -_-" ก็สนุกดีค่ะ แต่ไม่มันส์... แล้วค่าโดด ค่าหวาดกลัวก็ต้อง เก้าสิบเก้าเหรียญแน่ะ

คุณน้าคนขับรถที่นั่งมาเขาบอกว่า แต่ที่นี่มีให้โดดฟรีทุกปีนะคะ ทุกเดือนกุมภาพันธ์เป็นการโดดการกุศล แต่มีข้อแม้อย่างเดียวว่า ผู้โดดต้องแก้ผ้าอ่ะ (ใครอยากลองโดดก็ไปดูนะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่รู้สึก ช่วงนั้นเขาจะเก็บค่าเข้าชม สิบเหรียญค่ะ)

ต่อจาก bunjee jump เราก็ไปที่ canyon zip ค่ะ อันนี้เพื่อนที่ไปด้วยกันก็เล่นด้วย เป็นการ สลิงตัวข้าม แม่น้ำค่ะ คือ อันนี้เป็นกิจกรรมที่ถูกที่สุดตกอยู่ที่สามสิบเก้าเหรียญ มีให้เราข้ามอยู่สองซิบ อ่ะค่ะ เสียดายที่ระยะทางมันดูสั้น ยังไม่ทันได้ชื่นชมรอบด้าน ก็สุดทางซะก่อน แต่ก็จะมีพี่ๆที่คอยดูแลประกบตลอดนะคะ

click to comment

แล้วก็มีอีกสองกิจกรรมที่เหลือค่ะ แต่ไม่ได้เล่นเนื่องจาก ประหยัดงบประมาณ นั่นก็คือ king swing ค่ะ อันนี้เป็นการที่คนสองคนนั่งสวิงตัวลงมาจากสะพานอันเดียวกับที่มีบันจีจัมพ์ค่ะ จะ ไปสวิงคนเดียวก็ได้ถ้าน้ำหนัก คุณถึงเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้

ส่วนอีกอันก็คือ tree go อันนี้เหมือนเป็นค่ายลูกเสือค่ะ เขามีแบ่งระดับ เป็นสีๆนะคะแต่คนที่สูงไม่ถึงร้อยแปดสิบ เล่นได้แค่ ระดับเหลืองอ่ะ กิจกรรมในนั้นก็จะมี ปีนตะข่าย suspension bridge (เป็นสะพานไม่มีเสาค่ะ เป็นเชือกผูกระหว่างต้นไม้สองต้น) zip line ระหว่างต้นไม้ ปีนหน้าผาจำลอง พูดแล้วก็อยากเล่น แต่ก็อดไปตามระเบียบ

นาในโม รู้จักกันว่าเป็น เมืองที่มีการแข่งขัน bathtub(อ่างอาบน้ำ) ขึ้นแห่งแรก เขาแข่งกันยังไง อันนี้ตอบไม่ได้ขอโทษด้วยค่ะเพราะไม่ได้เห็นเอง เป็นเมืองท่าน้ำลึกที่สำคัญค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเราเดินเรียบทะเล (มันไม่มีชายหาดอ่ะค่ะ มีแต่ทางเดินที่ขนานไปกับทะเล) เราจะเห็น ตีกส่วนใหญ่ที่สร้าง ให้คล้ายคลึงกับรูปเรือค่ะ

click to comment click to comment

click to comment

click to comment

ตรงท่าเรือ (ขอเรียกว่าอย่างนั้นแล้วกันนะคะ) นอกจากจะมี เรือ น้ำ ฟ้า นก ให้ดูกันแล้ว ก็ยังมี ร้านอาหาร (fish and chip เป็นอะไรที่ นิยมกันมากๆ) กลิ่นไอเค็ม ของทะเล ก็ทำให้นึกถึง เมืองไทยมากๆ แต่เขาไม่มีปลาติดอวนมาให้ดูเหมือนแถวบ้านเราหรอกนะคะ ที่นี่เขามีรูปปั้น (อนุสาวรีย์) ของบุคคลสำคัญตั้งไว้เยอะมากค่ะ เอาเป็นว่า อยู่ตรงไหน ใครสร้าง ใครสำคัญเราเห็นทั้งชื่อ วันเดือน ปี เกิด และหน้าตาล่ะค่ะว่า ท่านคือใคร นอกจากนี้ ยังมีอนุสรณ์ที่สร้างสำหรับผู้ที่ออกทะเลแต่ไม่ได้กลับมาไว้ด้วยค่ะ

click to comment

ถ้าบ้านเราก็ต้องเป็น รูปปั้น พระอภัยมณี กับ นางผีเสื้อสมุทร แน่ๆค่ะ ;p

สิ่งก่อสร้างที่เก่าที่สุดของเมืองนาไนโมก็อยู่ที่ท่าเรือเหมือนกันค่ะ เป็น ป้อมปราการ (the Bastion) ถูกสร้างโดย บริษัท ฮัทสัน เบย์ (hudson Bay ) ค่ะ จุดประสงค์แรกในการสร้างเมืองนาในโมก็เป็น เหตุผลทางเศรษฐกิจค่ะ เป็นเมืองที่ส่งออกถ่านหิน ช่วงนั้น ชาวบริติช โคลัมเบีย กำลังอยู่ในช่วง โกล์ด รัชค่ะ

click to comment

ป้อมปราการเเห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1853 ไม่ต้องตกใจนะคะ ทำไมตึกที่เก่าที่สุดของที่นี่ถึงมีอายุแค่ร้อยปีกว่าเท่านั้น เพราะว่า บริติชโคลัมเบียก็เพิ่งเฉลิมฉลองอายุครบรอบร้อยห้าสิบไปเมื่อปี สองพันสามนี้เองคะ

เดอะ แบชชั่น มีทั้งหมดสามชั้นทำหน้าที่ต่างกันไปค่ะ ชั้นแรก เคยเป็น ออฟฟิสของบริษัทฮัดสัน ค่ะ ในขณะที่ชั้นที่สองไว้เก็บปืนใหญ่เพื่อไว้ต่อสู้กับ ชาวพื้นเมือง ซึ่งตอนนี้ ที่ BC ออกกฎว่า ให้เรียก เขาเหล่านั้นว่า first nation แทนการใช้ native people ค่ะ ในขณะชั้นที่สาม ถือว่าเป็นชั้นเพื่อใช้ซ่อนตัว (ไม่รู้จะหลบกันยังไงเหมือนกันค่ะ ถ้ามีเรื่องจริงๆ) แต่ตอนนี้เขาไม่เปิดให้เข้าชมนะคะ

ตอนนี้ ป้อมปราการเขามีหน้าที่ใหม่เป็นสถานที่เก็บเอกสาร ซึ่งเป็นตัวแทนเเห่งความทรงจำ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลของบริติช โคลัมเบีย กับนาไนโมในสมัยนั้น และยังทำหน้าที่ แคปซูล เวลา ซึ่งจะเปิดอีกครั้งในปี สองพันเจ็ดสิบเอ็ดค่ะ (ไม่รู้ป่านนั้นข้าน้อยจะได้มีโอกาส เห็น การเปิดเเคปซูลนี้หรือเปล่า)

วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนนะคะ

ปล. ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่แวะมาทักทายเสมอนะคะ ขอโทษที่หายหน้าไปค่ะ การเรียนก็ตกต่ำมากๆ ตอนนี้เลยเหลือแค่เดือนเดียว จะเอาไม่ดีตรงไปเที่ยวและผลาญเงินพ่อแม่แล้วล่ะค่ะ T__T หนูเพิ่งทำกล้องฟูจิพังไป จะซ่อมก็ ค่าซ่อมพอกับซื้อเครื่องใหม่ เฮ้อ!

ปล. วันนี้ขอเขียนเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วจะมาเล่าต่อ ภายในคืนพรุ่งนี้ค่ะ เพราะ วันพฤหัสจะไป โตฟีโน ช่วงนี้เขามี งานเทศกาล ปลาวาฬย้ายถิ่น -_-" ที่จริงเขาใช้ชื่อสวยหรูกว่านี้หรอกค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ

edit @ 19 Mar 2008 15:48:33 by knights of gemini

Comment

Comment:

Tweet

zUcqgx <a href="http://dbdcdscvqodg.com/">dbdcdscvqodg</a>, [url=http://zpjrkmqpgwpb.com/]zpjrkmqpgwpb[/url], [link=http://yozarwekulmq.com/]yozarwekulmq[/link], http://hqieuhcuibug.com/

#30 By rsIRHvoELPJrl (67.19.244.2) on 2010-10-01 21:51

I am always excited to visit this blog in the evenings.Please churning hold the contents. It is very entertaining.

#29 By itzDxsVune (67.19.244.2) on 2010-09-23 00:08

. <a href="http://www.provincia.mediocampidano.it/jforum/user/profile/73.page">comprare viagra generico online</a> .

#28 By HgMgtLwPpXPiu (67.19.244.2) on 2010-06-15 23:02

Hi! http://www.provincia.mediocampidano.it/jforum/user/profile/71.page Cialis de comprar online.

#27 By RNusiRFqDcIZrBzd (67.19.244.2) on 2010-06-15 19:13

Hola! <a ="http://www.provincia.mediocampidano.it/jforum/user/profile/71.page">Comprar Cialis online</a>.

#26 By gKZssduu (67.19.244.2) on 2010-06-15 15:11

hi! http://www.istu.edu/jforum/user/profile/704.page

#25 By XpaSLgGKH (67.19.244.2) on 2010-06-14 18:51

Hola! http://www.oyeme.com/profiles/blogs/comprar-viagra-online aquisto viagra.

#24 By ebeyPmdKpBINIU (67.19.244.2) on 2010-06-14 15:07

hi! http://www.hiphopbeef.com/profiles/blogs/order-generic-cialis-without-a buy cheap Generic Cialis Without a Prescription

#23 By quRCUPPdyCLqoYnRZ (67.19.244.2) on 2010-06-13 14:54

^
^
เง้อ! พิมพ์ผิดมือเร็วกว่าใจ sad smile

น้องจูน กลับมาอ่านด่วน question

#22 By ~ N ~ on 2008-09-30 07:46

หวัดีจ่ะน้องตูน หายไปไหนเลยคะ big smile

#21 By ~ N ~ on 2008-09-30 07:45

สุขสันต์วันแม่นะคะน้องจูน

คิดถึงจังค่ะ big smile

#20 By ~ N ~ on 2008-08-12 22:31

แว็บมาหาให้พี่ดีใจ แล้วหายไปไหนอีกหนอ

คิดถึงเสมอนะคะ น้องจูน big smile

#19 By ~ N ~ on 2008-06-22 22:36

โอ๊ะโอ เจ้าของหายไปไหนsad smile

#18 By MinimarT on 2008-05-08 23:03

หายไปอีกแล้วน้องจูน

คิดถึงนะคะ big smile

#17 By ~ N ~ on 2008-04-27 19:00

แวะมาสวัสดีปีใหม่ย้อนหลังขันน้ำ ขันน้ำ
ขอให้พระคุ้มครอง ความเจ็บอย่าได้ไกล้ ความไข้อย่าได้มีbig smile big smile big smile

#16 By Nirvana on 2008-04-18 08:54

หวัดดีปีใหม่จ่ะ น้องจูน สบายดีหรือเปล่าคะ
big smile มาเล่นน้ำกันค่ะ confused smile

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ

#15 By ~ N ~ on 2008-04-13 16:03

แวะมาทักทายจ้า
และก็แวะมาสวัสดีวันปีใหม่ไทย ๆ ด้วยนะค่ะ

สุขสันต์วันสงกรานต์ big smile
และวันแห่งครอบครัวที่จะมาถึงนี้ด้วยนะคะ..
14 เม.ย. พรุ่งนี้แล้ว อยู่กับครอบครัวให้
มีความสุขนะจ๊ะ.. big smile

เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยทุกเส้นทางน๊า double wink


..เห็นทิ้งท้ายไว้ที่ ปล.ด้วย เลยเข้ามารอน้องจูนเข้ามาเล่าเรื่องต่อค่ะ... รีบ ๆ มานะคะ big smile

น่าไปเที่ยวจัง แต่งบประมาณไม่พอsad smile
มารออ่านตอนต่อไปค่ะ big smile

ไปเที่ยวไหนต่อเอ่ย confused smile

#12 By ~ N ~ on 2008-04-06 14:07

อีกเดือนนึงจะกลับไทยแล้วเหรอคะน้องจูน
.
.
แอบงงเหมือนกันว่าเค้าจะซ่อนตัวกันยังไงบนชั้นสามของป้อมง่ะ ดูแล้วไม่น่าจะใช้ซ่อนตัวได้เลยนี่นา

#11 By p-i-e on 2008-03-27 09:06

เป็นการเดินทางที่น่าสนใจจังครับ
อยากมีโอกาสไปเที่ยวแบบนี้บ้างจังcry

#10 By โด่คุง..lost in space on 2008-03-26 09:34

บรรยายได้เห็นภาพมากๆ ค่ะ อยากไปเที่ยวบ้างจัง big smile แล้วจะรออ่านต่อค่ะ

เหลืออีกหนึ่งเดือนตั้งใจนะคะ สู้ ๆ ค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ big smile

#9 By ~ N ~ on 2008-03-24 09:41

ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะ...หายไปนานเลยน๊า...

ขอตามติดไปเที่ยวด้วยคนนะจ๊ะ..
เพลินเลยจ้า ตื่นตาตื่นใจ big smile

แล้วกลับมาเล่าต่อนะ.. ติดตามอยู่นะคะ big smile

รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ



ผมชอบรถไฟ
แต่กลัวเรือ
เพราะเรือมีคลื่น
ยิ่งเป็นคลื่นได้น้ำ
ยิ่งกลัว
55+
big smile
หุหุ

พี่ขอบอกว่า ไม่กล้า โดดหรอกไอ้นั่นอ่ะ

พี่กลัวมาก ๆๆๆๆๆ

อิอิ

พี่หายไปนานรึเปล่า ช่วงนี้พี่สับสนวุ่นวายใจมากมาย

ว่าแต่น้องจูน เงียบ ๆ ไปน้า

รักษาสุขภาพนะจ๊ะ

#6 By # li DarK_SpritE il # on 2008-03-21 15:07

อยากไปมั่งจัง
แต่เงินไม่ค่อยมี หุหุ open-mounthed smile
โอ้ หายหน้าหายหนวดไปนานเลยนะครับน้อง..เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจังเลยเฮ้ออ ไม่ได้ไปเที่ยวนานมากแล้วนะนี่

ปล.รูปโหลดไม่ขึ้นนะหนูbig smile

#4 By MinimarT on 2008-03-20 12:54

อยากไปเที่ยวจังวุ้ย

#3 By peeate on 2008-03-19 14:20

นึกว่าน้องจูนหายหน้าหายตาไปไหนเป็นเดือนๆ
ที่แท้ซุ่เงียบอแบหนีเที่ยวนั้นเอง..
เรื่องการเรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ ไปถึงไหนแล้ว
และเมื่อไหร่จะได้กลับเมืองไทยเอ่ย

พี่ยังไม่เคยไปแคนนาดาเลยค่ะ
แต่คิดว่าถ้าได้ฤกษ์ไปอเมริกาเมื่ออไหร่
พี่จอทำเรื่องไถลไปแคนาดาต่อทันที
ขอบคุณนะคะที่เอาเรื่องมาแบ่งปัน
เป็นข้อมูลที่ดี ชอบภาพท่าเรือค่ะสวยคลาสสิคดี..

big smile big smile big smile

#2 By พี่พลอยจ๋า on 2008-03-19 13:54


อยากไปเที่ยวมั่งจัง
ทำแต่งานไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหน

ถ้าน้องจูนไปเที่ยวที่ไหนก็เอามาเล่าให้ฟังอีกนะครับ อย่างน้อยๆก็เป็นความรู้ให้คนแก่ ได้เปิดหูเปิดตาบ้าง

big smile big smile big smile

#1 By Nirvana on 2008-03-19 13:35