ฆ่าตัว(ใคร)ตาย
posted on 15 Dec 2007 13:34 by deepindarkเมื่อเกือบเดือนมาแล้วมั้งคะ ได้เข้าไปอ่านบทความ ของคนอกหักคนหนึ่งที่ รู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ อ่านจบก็ไปกระตุ้นให้ไปนึกถึงตอนที่ตัวเองมีความคิดไม่อยากอยู่ต่อ จนเขียนตอบเขาเป็น กลอนยาวๆ ที่ไม่เพราะบทหนึ่ง ดังนี้ค่ะ;
ใบมีดกระทบเนื้อ
เเล่เถือๆให้เลือดหลั่ง
ชิมเลือดที่ไหลคั่ง
น้ำตาหลั่งปรุงรสเค็ม
ทอดมองข้างๆกาย
เธอหายแล้วแลไม่เห็น
ชีวิตนี้ ช่างลำเค็ญ
หยิบมีดเย็นปาดหลอดคอ
อ่อก อ่อก แอ่ก แค่ก แค่ก
ตาเหลือก ล่อก แล่ก
หายใจไม่ออกหนอ
ไม่สามารถหายใจคอ
ทุรนทดท้อ ตะเกียกตะกาย
ผนังฝ้า เริ่มลางเลือน
เจ็บเนื้อที่เฉือน มากกว่าใจ
มองทอดออกไปไกล
เเว่วเสียงร่ำไห้ ของใครกัน?
นี่เลือดแม่ นี่หนังแม่
นี่เนื้อแม่ นี่ใจเเม่
ใครกันเป็นเจ้าของที่แท้
ใยเจ้าทำแม่ได้ลงคอ
ฟื้นสิลูกฟื้น
ลืมตาตื่น เถิดลูกรัก
มีดนี้ที่ลูกฟัก
มันปักตรงกลางลำใจ
ทรมานมากไหมลูก
ที่ลูกกรีดเนื้อของแม่
เจ้าคงเจ็บ เป็นแน่แท้
ใยฆ่าแม่ไปทั้งเป็น
โอ้แม่จ๋า น้ำตาแม่ไหล
ใครหนอใครทำแม่นี้
เเม่จ๋า บอกลูกที
หันมาทางนี้ ระบายให้ลูกฟัง
แม่จ๋าแม่ ได้ยินลูกไหม
แม่จ๋า ใจลูกป่วย
แม่จ๋า โปรดช่วยเป่าโรคร้ายไป
เหมือนสมัย ลูกยังคลาน
แม่จ๋าแม่ ยินเสียงลูกไหม
ใยไม่ใส่ใจ ลูกเหมือนเก่าก่อน
นั่นใครเล่าแม่ที่แม่กอดตระครอง
ใยกายเขานองไปด้วยเลือดแดง
แม่จ๋า อย่าร้อง....
แม่จ๋า โปรดหันหาลูก...
แม่จ๋า...
แม่
แม่
แม่
.
.
.
.
.
ใยแม่ไม่ได้ยินเสียงลูก...
ใยแม่ไม่ให้ลูกเห็นตาที่โอบอารีนั้นอีก
แม่จ๋า
.
แม่
.
ข้าน้อยคงเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า ช่วงสมัยอยู่ม.ปลาย การคิดฆ่าตัวตายเป็นเรื่องอะไรที่ ธรรมดามากๆ ในใจ แค่แม่ว่าเล็กน้อย น้องว่านิดหน่อย เพื่อนทิ้ง หรือแม้แต่นั่งคนเดียว ความรู้สึกว่าไร้ค่าในโลกก็จะมาตามหลอกหลอน จนไม่อยากจะอยู่ หากแต่ การคิดฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเองของข้าน้อย มาจากเพราะรู้ว่าเขารัก เลยทำให้เขาเห็น ให้เขาแคร์ พูดง่ายๆก็คือเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่ง จึงไม่เคยได้ตายจริงสักที
อย่างตอนกรีด นิ้วตัวเองด้วยคัตเตอร์ ตอนนั้น ไม่ได้คิดอะไรในหัวมากมาย แค่อยากเจ็บ
บางทีก็ ต่อยกระจกให้เท่ห์เหมือนในมิวสิกวีดีโอ กระจกเลยบาดตามมือซะทั่ว
ทุบฃวตให้แตก มือก็เจ็บแทน
แค่สอบใบขับขี่ไม่ผ่าน แต่ น้องผ่าน ข้าน้อยก็เลยกระโดดลงจากรถ (แต่รู้นะคะว่า รถแล่นไม่เร็วมาก และไม่มีรถตามหลัง) ก็เขียวกันไปเป็นแถบ
และความไม่ดีอื่นๆอีกมากมาย ทำไปเพราะอารมณ์ที่ คิดแล้วล้วนๆ ที่บอกว่าคิดแล้วเพราะรู้ว่าโกรธ และเพราะรู้ว่า ถ้าทำอย่างนั้นแล้ว จะได้ผลอะไรจากใครอย่างไร จึงทำเพื่อเรียกร้องให้คนอื่นเห็น รู้ตัวว่าจะทำอะไร แต่ไม่เคยคิดจะห้ามตนเองค่ะ
ครั้งหนึ่งที่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายเลย แต่ เอาปืนออกมาเล่นน่ะค่ะ ปืนพก ขนาดจุดสี่ห้าอันเล็กนะคะ พ่อเขาให้แม่ไว้ใช้ป้องกันตัวน่ะค่ะ ก็เลยสอนลูกๆให้เล่นเป็นตั้งแต่เด็ก
วันนั้นนึกครึ้มใจยังไงไม่ทราบ เอาออกมาลองเล่นน่ะค่ะ ก็ถอดเเม๊กซ์ออก ลองยิงลม เอาแม๊กซ์เข้า ทำวนไปวนมาเรื่อยๆ แล้วก็นึกอยากลองทำตามทีวีน่ะค่ะ ก็เลย เอาแม๊กซ์ออก แล้วลองจ่อหัวดู แล้วก็เอามาลองยิงลมเล่นอีก แต่ทีนี้ดันลั่นค่ะ (ไม่ได้จ่อไปที่หัวแล้วนะคะ) รู้สึกใจหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม เล่นมากจัด ลองยิงคราวนี้เลยลืมเอา แม๊กซ์ออกค่ะ และโชคดีอีกอย่างคือ กระสุนด้าน...
คิดเล่นๆว่า ถ้าเกิดเผลอตอนปืนจ่อหัว หรือ กระสุนเกิดไม่ด้าน คงได้ตายในสภาพน่าขนลุกแล้วล่ะทีนี้
ข้าน้อยไม่เคยเจอเรื่องหนักหนาในชีวิต จึงไม่รู้ว่า อกหักจนอยากตาย เครียดจนอยากตายนั้นหนักหนาแค่ไหน แต่ที่แน่ๆเขาเหล่านั้นที่อยากตาย คงอยากจริงๆมิได้เป็นเพียงเพื่อการประชดประชันเป็นแน่ คำพูดของแม่ทีบอกว่า "นั่นเลือดแม่ นั่นเนื้อแม่ ทำไมไม่คิดถึงแม่บ้าง" น้ำตาของแม่ที่ไหลออกมา ยังตอกย้ำข้าน้อยอยู่ทุกวัน ทั้งๆที่ข้าน้อยก็ยังไม่ตาย ไม่ได้ ทำร้ายตัวเองจนต้องเข้าโรงพยาบาล แม่ ยังร้องไห้ หากข้าน้อยทำร้ายตัวเอง ด้วยความตั้งใจไปมากกว่านี้ ความรู้สึกของแม่จะเป็นอย่างไร.... เพราะความรู้สึกผิด พวกนั้นยังคงอยู่ ตอนเห็น เพื่อนๆ เขียนเรื่องอยากตายขึ้นมาก็เลย อดไม่ได้ที่จะเขียนตอบไปด้วยกลอนแบบนั้นค่ะ
บางเวลาคนเราอาจจะทุกข์จนอยากตาย บางเวลาคนเราอาจจะสุขจนมองไม่เห็นความตาย แต่จะมีสักกี่เวลา ที่เราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้ไม่จมในความทุกข์ และไม่หลงไปในความสุข... ข้าน้อยทำไม่ได้
พูดถึงเรื่องฆ่าตัวตายแล้วก็ขอเอาบทความที่ไปอ่านมาเกี่ยวกับ กรรมของการฆ่าตัวตายมารวบรวมไว้ด้วย เป็นการเขียนของคุณ อ๋างอ๋าง (เขาใช้ชื่อว่าอย่างนั้น) ซึ่งถ้าพี่ๆเห็นว่า บทความส่วนไหนผิดไปจากความจริง แก้ให้ด้วยนะคะ
เมื่อวานผมมีโอกาสได้สนทนากับพระท่านหนึ่ง ก็คุยหลายเรื่องเหมือนกันครับ ... คุยไปถึงเรื่องฆ่าตัวตายอ่ะ... ได้ความรู้ใหม่เยอะมาก เอามาเล่าเพื่อแบ่งปันให้เพื่อนๆ ในนี้แล้วกันนะครับการฆ่าตัวตายหรืออัตวิบากกรรม เป็นกรรมที่ร้ายแรงมาก และอาจจะการฆ่าโดนพระโพธิสัตว์ก็ได้ (ซึ่งไม่มีใครรู้ได้เลยว่าตนเองคือพระอรหันต์กลับมาเกิดเพื่อบำเพ็ญให้สำเร็จธรรมหรือเปล่า)
ท่านเล่าว่า คนที่คิดฆ่าตัวตาย จะเหมือนกับมีอะไรมาดลใจให้คิดอย่างนั้น และย้ำไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจะทนไม่ได้และฆ่าตัวตายครับ สาเหตุน่ะเหรอ? มาจากหลายอย่างนะ การฆ่าตัวตาย เมื่อเราได้กระทำเป็นชาติแรก เราจะต้องกลับมาเกิดและฆ่าตัวตายอีก ๕๐๐ ชาติถึงจะหมดกรรมนี้ ทุกข์ทรมานที่พุทธะทั้งหลายขยาดที่สุดคือการอยู่ในเวียงวนวัฏฏสงสารครับ เพราะฉะนั้น ให้กลับมาเกิดและฆ่าตัวตายอีก ๕๐๐ ชาติถือว่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์อยู่เชียวล่ะ พูดง่ายๆ คือ ภายใน ๕๐๐ ชาตินี้เราจะไม่มีโอกาสได้สำเร็จธรรมและหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้เลย (ท่านว่า คนทุกคนมีสิทธิ์สำเร็จธรรมได้ แม้ไม่บวชก็ตาม)
หากชาตินี้เป็นชาติแรก เราก็จะต้องกลับมาเกิดอีกห้าร้อยชาติ และหากชาตินี้ไม่ใช่ชาติแรกล่ะ? หากชาตินี้เป็นหนึ่งในห้าร้อยชาติที่เราต้องกลับมาทำอย่างนี้อีก? คำตอบอยู่ข้างบนเลยครับ มันจะมีอะไรมาดลใจให้เราคิดฆ่าตัวตายอย่างนี้ตลอด จนทำในที่สุด และจะเข้ามาในช่วงอายุที่แต่ละคนเรียกว่าปีซวย เช่น ตามพื้นดวงคุณแพ้เลข ๒ ฉะนั้น ในช่วงอายุ ๒๒, ๓๒, ๔๒, ๕๒, ๖๒ ก็จะทำอย่างนี้เรื่อยๆ ครับ จนครั้งไหนที่สำเร็จก็จะกลับมาเกิดใหม่และทำอีก ส่วนสิ่งที่ดลใจให้ทำน่ะเหรอ? เป็นสิ่งๆ เดียวกันกับครั้งแรก (ชาติแรก) ที่คนๆ นั้นทำนั่นแหละ
สิ่งๆ เดิมสิ่งนี้จะกลับมาคอยตอกย้ำเรื่อยๆ ทุกภพทุกชาติ เพื่อให้เราฆ่าตัวตายอีกครับ มันน่ากลัวมากเลยนะ ฟังแล้วขนลุกเลย
เหมือนกับผู้คุมกฎสวรรค์ท่านต้องการจะดัดสันดานที่ติดอยู่ในสัญญาความจำได้หมายรู้ในวิญญาณของเรานั่นแหละครับ เลยส่งสิ่งๆ เดิมเข้ามาทดสอบเราเรื่อยๆ ทุกภพทุกชาติเพื่อให้เราฆ่าตัวตาย เพื่อให้เราทรมานอีกเรื่อยๆ จนครบโควตา ๕๐๐ ชาตินั้น
อ่านถึงตรงนี้ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า ทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจาก ๕๐๐ ชาตินั้นได้ นอกจากรอให้มันครบ... วิธีแก้ มีครับ แต่จะทำได้หรือเปล่า?
เปลี่ยนความคิดของตัวเองให้ได้ครับ เมื่อมีสิ่งๆ เดิมที่เข้ามาทดสอบอีก ถ้าเรายอมรับในความเป็นไปของมัน และเผชิญหน้ากับมัน สิ่งๆ นั้นถึงจะหนักหนาสาหัสสำหรับเราอยู่ก็จะสูญสลายไปในที่สุด ขึ้นชื่อว่า การหลุดจากกรรม ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่ได้เผชิญหน้ากับกรรมนะครับ กรรมนั้น ก็จะยังตามติดคุณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หากแต่เมื่อใดที่คุณเปลี่ยนความคิดในการดำรงชีวิตเท่านั้น เมื่อจิตใจของคุณเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนจิตวิญญาณของคนปกติคนอื่นแล้ว เมื่อนั้น เมื่อสิ่งๆ เดิมที่เข้ามาทดสอบคุณมันถาโถมเข้ามา แต่คุณก็จะสามารถรับมันได้ และก็หลุดพ้นจากมันในที่สุด เพียงแต่กว่าคุณจะหลุดพ้นกับมันได้ มันจะเข้ามาทดสอบคุณเรื่อยๆ จนเจ้าสิ่งที่มองไม่เห็นนี้มันจะแน่ใจแล้วว่า สันดานในจิตวิญญาณของคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ จะกินระยะเวลาเท่าไหร่ไม่มีใครทราบได้ อาจจะครั้งเดียวครั้งนั้น หรืออาจจะทั้งชีวิตของคุณ แต่ถ้าคุณไม่ฆ่าตัวตายซะอย่าง คุณก็จะชนะมัน
ฟังดูแล้วก็จะเหมือนกันโดยบังเอิญมากกับสิ่งที่พระอริยเจ้าท่านได้ประสบมาครับ คือ ดูจากการสำเร็จธรรมของพระพุทธะแต่ละพระองค์ ท่านล้วนแล้วแต่ต้องรับกรรมที่เคยก่อทั้งสิ้น เช่น พระพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธ์ พระองค์ก็ท้องร่วงเพราะในชาติมโหสถ ท่านเคยจัดยาผิด เป็นเหตุให้คนไข้ต้องเสียชีวิต, จากพระอรหันต์จี้กง ก่อนที่ท่านจะดับขันธ์ ท่านก็ท้องร่วงอย่างรุนแรง ท่านบอกว่า สิ่งที่ท่านได้จงใจทำผิด คือกินเนื้อหมา ดื่มเหล้านั้น เพื่อเป็นองค์ประกอบแห่งการเข้าถึงมวลชนจากการแสร้งทำเป็นภิกษุบ้าบอ เมื่อท่านจะกลับขึ้นไป ท่านก็จะต้องชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดเสียก่อน, พระเกจิอาจารย์ท่านหนึ่ง ก่อนท่านจะมรณภาพ ท่านเป็นฝีร้ายที่หลัง ถึงท่านจะบำเพ็ญสำเร็จแล้ว แต่เนื่องด้วยตอนเด็กที่ท่านชอบเอาเข็มรนไฟจิ้มหลังแมลงสาปให้ตายเล่น ทำให้ท่านต้องรับกรรมตรงนี้ก่อนจากโลกนี้ไป
จากที่บอกมา หากเรายอมรับและเผชิญหน้ากับกรรมตรงนี้ได้ เราก็จะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายอีก แต่ที่ผมบอกอย่างเราๆ ท่านๆ หากมีกรรมจากการฆ่าตัวตายตรงนี้ และสามารถทำใจให้ยอมรับสภาพกับมันได้ ก็ใช่ว่าเราจะหลุดพ้นได้เลยนะครับ เราจะหลุดพ้นจากแค่กรรมอัตวิบากเฉยๆ คุณก็ยังจะต้องกลับมาเกิดเพื่อสร้างบารมี ให้ตนเองหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารในขั้นต่อไปอีก
เรื่องของเรื่อง... ที่สนทนากับพระในหัวข้อเรื่องนี้ เพราะผมรู้สึกอยากฆ่าตัวตายครับ ตอนนี้ทฤษฎีรู้แล้ว แต่ผมจะทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย
เพื่อนๆ ที่เคยอยากฆ่าตัวตายเมื่ออ่านแล้วก็อยากให้รู้ไว้ว่า ชีวิตมันไม่ได้บัดซบหรอกครับ มันมาจากแรงกรรมของคุณ ถ้าคุณปรับเปลี่ยนความคิดได้ คุณก็จะหลุดรอดจากมันได้เช่นกัน
ในเรื่องกรรมพยากรณ์ ตอน ชนะกรรม (หาอ่าน หรือฟังได้ในบล็อคพี่พลอยจ๋านะคะ) มีตอนหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องการฆ่าตัวตายไว้ค่ะ ตัวนางเอกรองของเรื่อง (ตอนนี้ข้าน้อยนึกชื่อไม่ออกค่ะ) คิดฆ่าตัวตาย ด้วยเจตนา และทำจริงดังนั้น หากแต่ก่อนที่จะตาย ถูกขัดขวางทำให้ทำกรรมการกระทำไม่สำเร็จค่ะ หากแต่คิดจนทำจนจะสำเร็จ มโนกรรมได้ทำสำเร็จไปแล้ว โดยไม่ได้เลิกทำเองเพราะคิดได้ ทำให้ตัวจิตใจได้รับกรรม จากใจของตัวเอง ให้ยังคงมีความคิดของการฆ่าตัวตายตามหลอกหลอนค่ะ เหมือนกับถ้าทำสำเร็จ ต้องตายไปฆ่าตัวตายอีกห้าร้อยชาติ แต่นี่เพียงแค่คิด ใจก็ตกไปอยู่ในนรกความคิด หมุนเวียนอยู่กับการฆ่าตัวตาย อ่านแล้วก็กลัวใจตัวเองค่ะ ข้าน้อยไม่รู้ว่า หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้อีก เจตนาของตัวเองที่มุ่งร้าย คาดหวังจะทำร้ายคนอื่นจะส่งผลยังไงกับข้าน้อยบ้าง...
วันนี้ลองหัดเเปลเพลงดูค่ะ แต่เเปลแบบตามใจฉันนะคะ ถ้าผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยค่ะ หรือพี่ๆท่านใดจะช่วยให้มันสวยหรูขึ้น ขอบคุณล่วงหน้าเลย
Our Farewell
In my hands
A legacy of memories
I can hear you say my name
I can almost see your smile
Feel the warmth of your embrace
But there is nothing but silence now
Around the one I loved
Is this our farewell?
ฉันกำอดีตนั้นไว้ในมือนี้
ความสุขที่ฉายชัดผ่านรอยยิ้ม
อ้อมกอดอันอบอุ่น ด้วยมือคู่นั้น
ใย รอบตัวของเธอ ผู้เป็นที่รัก
บัดนี้ มีเพียงความเงียบงัน
หรือนี่ คือการอำลา แห่งสองเรา
"Sweet darling you worry too much, my child
See the sadness in your eyes
You are not alone in life
Although you might think that you are"
เด้กน้อยของฉัน เธอจงอย่ากังวล
ฉันเห็นรอยแห่งความโศกเศร้าในดวงตาเธอ
อย่าเพียงคิดว่าเธอโดดเดียว
แม้ตอนนี้เธออาจมองไม่เห็นใคร
Never thought
This day would come so soon
We had no time to say goodbye
How can the world just carry on?
I feel so lost when you are not at my side
But there is nothing but silence now
Around the one I loved
Is this our farewell?
ไม่เคยคาดคิด
ท้ายสุดแล้ววันนี้ก็เดินมาถึง
ไม่มีแม้กาลจะเอ่ยพร่ำคำร่ำลา
ใย รอบกายฉันยังคงเดินต่อได้
แม้จะมีเพียง ความเงียบงัน
จากรอบกายเธอ ผู้เป็นที่รัก
หรือ เราจะต้องอำลา
"Sweet darling you worry too much, my child
See the sadness in your eyes
You are not alone in life
Although you might think that you are"
เด็กน้อยของฉัน จงอย่าทำร้ายตัวเองด้วยถ้อยคำมากมาย
ฉัน ยังคงเห็นดวงตาโศกเศร้าของเธอ
โปรดรู้ไว้เถิด เธอมิได้อยู่เพียงลำพัง
แม้รอบกายเธอจะไม่มีใครให้เธอได้เดินเคียง
''So sorry your world is tumbling down
I'll watch you through these nights
Rest your head and go to sleep
Because my child, this is not our farewell.
This is not our farewell.''
เมื่อโลกของเธอเเหลกสลาย ใจฉันก็ล่มไปพร้อมกันนั้น
โปรดรู้ไว้ ว่ามีฉํนเฝ้าดูเธอตรงนี้ ผ่านความสงบยามค่ำคืน
ผ่านหมู่ดาวในทุกราตรี
พักเถิด หลับตาลง เข้าสู่ห้วงฝันอันแสนสุข
เด็กน้อยของฉัน
นี่ไม่ใช่การอำลา จงอย่าอาลัย
นี่ไม่ใช่ การจากลาแห่งสองเรา
ขอจบท้าย ด้วยภาพที่ไปเที่ยวมานะคะ ที่ Butchart Garden ค่ะ เออ ไม่บังคับว่าให้ดูนะคะ เพราะข้าน้อยถ่ายภาพไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ แต่ก็ถ่ายซะเยอะ -_-" (อัลบั้มเต็มมีสองร้อยกว่าภาพจ๊ะ ไปยืนอยู่ที่นั่นไม่ถึงครึ่งวันม แม่บอกว่า ถ่ายมั่วซั่ว ...ก็แบบว่าอยากให้แม่เห็นเหมือนแม่ได้มาเองอ่ะ แต่รู้สึกฝีมือยังต้องพัฒนาอีกเยอะ)
ปล. ขอไปปล.ใน ช่องคอมเม้นท์นะคะ มาแบบยาวโลดอีกแล้วค่ะ ToT
edit @ 15 Dec 2007 14:58:29 by knights of gemini